Review Projector Viewsonic X10-4K

สวัสดีครับ กลับมาพบกับรีวิวโปรเจคเตอร์ดีๆกันทุกวันศุกร์ อีกเช่นเคยนะครับ เมื่อประมาณ อาทิตย์ที่แล้ว กระผมนาย Tofu ได้มีโอกาสเข้าไปลองสัมผัสกับ Smart LED Projector 4K UHD ตัวแรง พร้อมกับคุณตูน ถึงที่บริษัทวิวโซนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งโปรเจคเตอร์ที่ผมได้ไปสัมผัสนั้น มีชื่อรุ่นว่า Projector Viewsonic X10-4K UHD ครับ ซึ่งเจ้ารุ่นนี้มาพร้อมกับสเปคที่จัดหนักจัดเต็ม แบบไม่มีกั๊ก พร้อมฟังก์ชั่นสตรีมมิ่งอัจฉริยะ และมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android ที่มีความยืดหยุ่นในการใช้งานมากที่สุด บวกกับยังเสริมความแกร่งคุณภาพเสียงด้วย ลำโพงคู่ Harman Kardon มาให้ในตัวอีกด้วยครับ หลายคนๆตื่นเต้นแล้วใช่มั้ยครับ ว่ามันจะโหดส…ด รัสเซีย ไนจีเรีย ตุรกี ขนาดไหน งั้นอย่ารอช้า รีบเลื่อนไปอ่านกันต่อเลยดีกว่าครับ

Quick

Native Resolution: 3840×2160 4K-UHD
ค่าความสว่าง Brightness (LED Lumens): 2400 LED Lumens
อัตราความคมชัด (Contrast Ratio): 3000000:1
Display Colour: 1.07 Billion Colours
Light Source Type: LED
Light Source Life (Normal): up to 30000
Lamp Watt: RGBB LED
Lens: F=1.8, f=8.5mm
Projection Offset: 100%+/-5%
Throw Ratio: 0.8
Image Size: 30″ – 200″
Throw Distance: 0.5-3.5m (100″@1.77m)
Keystone: +/- 40° (Vertical)
Optical Zoom: Fixed
Audible Noise (Normal): 30dB
Audible Noise (Eco): 26dB
Local Storage: Total 16GB (12GB available storage)
Input Lag: TBD
Resolution Support: VGA(640 x 480) to 4K(3840 x 2160)

ขอขอบคุณทางร้าน ProjectorPRO ที่ส่งผมได้ไปลองเล่นเจ้า Viewsonic X10 4K UHD ตัวนี้มากๆด้วยนะครับ หน้าตากล่องก็จะมีสีขาวเรียบหรู มีรูปสินค้าอยู่ชัดเจน ส่วนด้านหลังกล่องก็จะมีสเปค รายละเอียดต่างๆบอกอยู่

เปิดกล่องมาก็จะพบอุปกรณ์ที่ถูกเก็บแยกไว้อย่างดี และ จุดเด่นอย่างนึงที่ผมชอบมากที่สุด นั่นก็คือ Viewsonic X10-4k ตัวนี้เค้าแถม Wifi Dongle มาให้พร้อมเลย ครับท่านผู้ชม ไม่ต้องซื้อเพิ่มแล้ว ฮ่าๆๆ

What’s in the Box

อุปกรณ์ที่แถมมาในกล่อง นอกเหนือจาก ตัวเครื่องโปรเจคเตอร์ Viewsonic X10-4K ก็จะมีจำพวกสาย Power Cord 1เส้น, สาย HDMI 1 เส้น, รีโมทคอนโทรล 1 อัน, คู่มือ Quick Start Guide 1 แผ่น, Wi-Fi Dongle,ถ่านแบตเตอรี่ ขนาด 3 A มาให้ 2 ก้อน, สาย USB-C Cable ความยาว 1 เมตร มาให้อีก 1 เส้นครับ

เปิดมาผ่างเลยก็จะเจอกับเจ้า Viewsonic X10-4K ผู้นี้…ผู้เดียว (ทำเสียงเหมือนทีวีแชมเปี้ยน) ขนาดกำลังพอดี ไม่เล็กจนเกินไป หรือไม่ใหญ่จนเทอะทะ ผมเลยให้คุณตูน เอามือมาวางเทียบขนาดตัวเครื่องดูครับ มีขนาด Dimention (ความกว้าง x ความยาว x ความสูง)เพียง 26.1 x 27.1 x 16.6 cm มีน้ำหนักเพียง 6.5 กก.

Design

โดยตัวเครื่อง Viewsonic X10-4K จะมีลักษณะเป็นทรง สี่เหลี่ยมโค้งมน สวยงามดีทีเดียว โดยตำแหน่งเลนส์ฉายภาพจะอยู่กึ่งกลางของตัวเครื่อง ช่วยให้การจัดวางตำแหน่งตัวเครื่องนั้นง่ายมาก ด้านหน้านอกจากเลนส์ฉายโปรเจ็คเตอร์จะมีเซนเซอร์ตรวจวัดระยะและ เซนเซอร์ Eye Protection สำหรับทำหน้าที่ปิด/เปิดหลอดโปรเจ็คเตอร์ทันที หากตรวจพบว่าวัตถุหรือคนอยู่ใกล้กับเลนส์มากเกินไป พร้อมทั้งกระจกปิดหน้าเลนส์คุณภาพสูง (High Quality Glass) เพื่อให้แน่ใจว่าคุณภาพของภาพออกมาได้เต็มประสิทธภาพ ไม่ถูกลดทอนลง และเพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานเครื่องได้รวดเร็วทันที ด้วยเซ็นเซอร์ IR & Auto Focus Camera ที่ฝังอยู่ข้างๆกับเลนส์ฉาย เพื่อเข้าใช้ตัวเครื่องได้อย่างสะดวก และแม่นยำ แถมยังโฟกัสให้อย่างอัตโนมัติ อีกด้วยครับ

Viewsonic X10-4K เป็นโปรเจคเตอร์ ที่มีดีไซน์สวยหรู ดูพรีเมี่ยมสุดๆ จนใครหลายๆคนที่ได้ลองจับ ได้สัมผัสก็อยากได้กันเลยทีเดียว โดยบอดี้ของตัวเครื่อง Viewsonic X10-4K ทั้ง 4 ด้าน นั้นเป็นแบบ Sleek metal (พื้นผิวโลหะมันวาว) และด้านหลังกับด้ามจับจะเป็น Elegant leather cover ที่ช่วยเพิ่มความพรีเมี่ยมให้กับตัวเครื่องได้อย่างลงตัว 

มาพูดถึงในด้านของระยะฉายของ Viewsonic X10-4K กันบ้างดีกว่าครับ ด้วยความที่ โปรเจคเตอร์รุ่นนี้ออกแบบเลนส์ฉายให้เป็น Short Throw ซึ่งมีข้อได้เปรียบกว่ามากกว่าโปรเจคเตอร์ที่ใช้เลนส์ทั่วไปๆ เพราะมีระยะฉายที่สั้นมากๆ ตั้งวางเครื่องเพียง 1.77 เมตรเท่านั้น ก็จะได้ภาพขนาดใหญ่ถึง 100” แล้ว ซึ้งถ้าเป็นโปรเจคเตอร์โดยทั่วไป การที่จะต้องการภาพขนาดใหญ่ถึง 100” เราต้องตั้งวางเครื่องห่างจากจอรับภาพ เกือบๆ 3-4 เมตรกว่าๆ เลยครับ

เขยิบลงมาบริเวณด้านใต้ของตัวเครื่องจะมี ขาตั้งแบบพับได้ที่สามารถปรับได้ 2 ระดับ

มาดูด้านซ้ายและด้านขวาของตัวเครื่องกัน ก็จะเจอกับช่องระบายความร้อนที่ออกแบบฝาครอบมาในสไตล์แบบตะแกรงเหล็ก (Mesh) แบ่งช่องออกเป็น สองส่วน โดยจะเห็นพัดลมขนาดใหญ่แบบ สามแกน ที่ช่วยให้การไหลเวียนของอากาศและการกระจายความร้อนได้ดีเยี่ยมกว่าแบบปกติทั่วไปๆ ส่วนที่สอง ก็จะเป็นลำโพง Harman Kardon ขนาด 8W Cube ข้างละ 1 ตัวครับ

Viewsonic X10-4K มาในรูปลักษณ์ที่สวยงาม ฉีกทุกกฎของรูปลักษณ์แบบเดิมๆและยังได้รับรางวัลการออกแบบดีไซน์จาก iF Design Award อีกด้วยครับ

ทางด้านปุ่มคอนโทรล บนตัวเครื่อง Viewsonic X10-4K นั่นจะมีปุ่มคอนโทรลเพียงปุ่มเดียวเท่านั้น อ่านไม่ผิดหรอกครับ มีเพียงปุ่มเดียวจริงๆ ซึ่งปุ่มคอนโทรลตัวนี้เอาไว้สำหรับ Power เปิด/ปิด, ตัวเครื่องหมุนเพื่อเพิ่มระดับความดังเบาของ Volume หรือจะใช่เป็นปุ่ม ตกลง ในหน้าของ Menu ก็สามารถทำได้ครับ

พลิกเครื่องมาด้านหลัง เราจะเห็นได้ว่ามีจุดยึดสกรู 3 จุด ที่สามารถตั้งวางเครื่อง เข้ากับขาแขวน (Projector Hanger)ไว้บนเพดานได้ครับ

มาดูทางด้านพอร์ตการเชื่อมต่อของเจ้า Viewsonic X10-4K นี้กันดีกว่า ว่าจะมีพอร์ตอะไรมาให้บ้าง หลังจากที่ลองเล่นดูก็ให้มาครบเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นพอร์ต HDMI 2.0 /HDCP 2.2 มาให้ถึง 2 พอร์ต (โดยเวอร์ชั่น 2.2 จะเพิ่มเติมควบรวมไปถึงอุปกรณ์ที่ใช้รับชมคอนเทนต์ Ultra HD (หรือต่ำกว่า) ผ่านรูปแบบการสตรีมมิ่งทางอินเทอร์เน็ตด้วย) พร้อมพอร์ต USB Type-A จำนวน 2 พอร์ตมีทั้งเวอร์ชั่น 2.0 (5V/1.5A Out) และ 3.0(5V/2A Out) ที่จะช่วยทำให้เราสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้โดยตรง อีกทั้งยังมีช่องต่อหูฟัง INPUT/OUTPUT ขนาด 3.5 มิลลิเมตรนอกจากนั้นก็ยังมีพอร์ต Usb Type-C ไว้สำหรับเชื่อมต่อกับจอแสดงผลภายนอก ซึ่งจะทำให้เพื่อนๆสามารถดูหนังผ่านทางหน้าจอ Smart phone หรือทำการ Screen Mirroring หน้าจอขึ้นไปได้ครับ นอกจากนั้นก็ยังมีพอร์ต Micro SD Socket รองรับ (SDXC up to 64GB-FAT 32/NTFS) และยังมี Wi-FI Dongle Socket ที่เอาไว้สำหรับต่อเข้ากับตัว Dongle ที่แถมมาให้ครับ, S/PDI, LAN (RJ45) 

เชื่อมต่อผ่านระบบไร้สาย รองรับ iPhone, iPad และ Android อีกหนึ่งความสามารถที่เป็นไฮไลท์ของ Viewsonic X10-4K นี้คือการสามารถฉายภาพแบบไร้สายผ่านทาง Wi-Fi ได้ครับ สำหรับการใช้งานเริ่มจากเสียบอุปกรณ์เสริม ตัวรับสัญญาณ Wifi เข้าทางช่อง USB จากนั้นเข้าที่ icon “Screen mirroring” **กรณี Smart Phone ใช้ระบบ iOS (iPhone, iPad) เครื่องก็จะมองหาโปรเจคเตอร์โดยอัตโนมัติโดยจะใช้ชื่อว่า “ViewSonic PJ-XXXX” ส่วนใครที่ใช้ระบบ Android ก็สามารถโหลดแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า Home (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)เสร็จแล้วเราก็แชร์ภาพขึ้นจอได้เลย โดยไม่ต้องเสียบสายแต่อย่างใด สะดวกมากๆ

นับว่าเป็นอะไรที่น่าประทับใจมากๆ ที่เราสามารถหิ้วเครื่องโปรเจคเตอร์ไปไหนมาไหนได้สะดวกสบาย เหมือนหิ้วกระติกน้ำแข็งเวลาไปเที่ยวต่างจังหวัดเลยครับ

รีโมทคอนโทรล ดีไซน์สวยงามพรีเมี่ยมสุดๆ สีของเจ้ารีโมทตัวนี้ก็มีสีเหมือนกันกับตัวเครื่องเลย ปุ่มฟังก์ชั่นลัด สัญลักษณ์ต่างๆ มีสีขาวมองเห็นชัดเจน หลังจากที่ได้สัมผัสรู้สึกว่า รีโมทคอนโมทนั้นขนาดกำลังดี จับถนัดมือ มาพร้อมปุ่นฟังก์ชั่นอย่างครบครัน อาทิปุ่ม Power, Source, Focus, Setting, Audio Mode, Bluetooth, วงล้อ Shuttle Wheel Left/ Right หมุนซ้าย/ขวา, OK, Return, Home, Volume Control

Feature

วิวโซนิคเพิ่มปัจจัยด้านความปลอดภัยของผู้ใช้งาน Viewsonic X10-4K โดยมีคุณสมบัติการปกป้องสายตา Eye Protecjtion ซึ่งเครื่องจะตัดไฟที่ส่งไปยังลำแสงฉายภาพโดยอัตโนมัติ หากตรวจพบว่าวัตถุหรือคนอยู่ใกล้กับเลนส์มากเกินไป โดยในส่วนนี้ สามารถปรับตั้งค่าได้ตั้ง 50ซม. ไปจนถึง 100ซม.

ฟังก์ชันการปรับตั้งค่า Auto Keystone ทำให้การรับภาพนั่นได้สัดส่วนการฉายที่สมบูรณ์ที่สุด เมื่อฉายภาพจากมุมที่ไม่ตรงกับจุดศูนย์กลางของฉาก ลดข้อจำกัดด้านพื้นที่ในการจัดวาง และระบบ Auto Focus ที่ช่วยให้ภาพนั่นมีความคมชัดเป๊ะให้อัตโนมัติ โดยที่เราไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องของการปรับโฟกัสให้เสียเวลา ซึ่งทั้ง 2 ระบบนี้จะถูกเปิดใช้งานอย่างทันที หลังจากที่เราเปิดเครื่องใช้งานแล้วครับ

Viewsonic X10-4K มาพร้อมกับการเชื่อมต่อลำโพง Bluetooth ที่ให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ Smart Phone, PC, Tablet แบบไร้สายสำหรับการฟังเพลงโดยที่ไม่ต้องเปิดภาพฉายได้ และในส่วนของวิธีการเชื่อมต่อ ก็สามารถกดปุ่ม Power และเลือกหัวข้อ Bluetooth หรือกด สัญลักษณ์ ที่รีโมทคอลโทรล ได้เลยครับ หากเชื่อมต่อสำเร็จ จะมีไฟ LED สีฟ้ากระพริบที่สัญลักษณ์ Bluetooth บนตัวเครื่องครับผม

Star your Engine!!

หลังจากที่เราเปิดเครื่องเข้าไปแล้ว เราก็จะพบกับหน้าตา home menu หลัก พร้อมการเชื่อมต่อ Wi-Fi ที่ผมได้ set up ไว้แล้วครับ ในส่วนของวิธีการเชื่อมต่อ Wi-Fi ของเจ้า Viewsonic X10-4K นั่น ผมจะทำไว้อีกบทความนึงนะครับ ^^

Viewsonic X10-4K มี Native Resolution อยู่ที่ 3840×2160 (4K-UHD) มีอัตราส่วนภาพ 16:9 (แต่ก็รองรับอัตรา 4:3 ด้วยนะ โดยจะปรับเปลี่ยนการแสดงผลโดยอัตโนมัติ) มีค่าความสว่าง 2400 LED Lumens ซึ่งถือว่ามีค่าความสว่างอยู่ในเกณฑ์ที่กำลังดีนะครับ เห็นตัวเลขน้อยๆ นี่ไม่ได้แปลว่าจะน้อยตาม เราต้องดูหน่วยวัดทางด้านหลังด้วยครับ และมีค่า Contrast Ratio ที่สูงมากก็คือ 3,000,000:1 จึงทำให้ภาพฉายที่ออกมานั้น ดูลึกและมีมิติที่สมจริง ดูเป็นธรรมชาติ มากๆ เลยครับ

**ภาพยกตัวอย่างโปรเจคเตอร์ หลอดฉาย 2200 ANSI Lumens กับ โปรเจคเตอร์ LED Projector 900 ANSI Lumens
โปรเจคเตอร์ LED 900 ANSI Lumen ลดลงจาก 1000 ANSI เป็น 900 ANSI เพื่อให้ตรงกับความสว่างโดยประมาณของโปรเจคเตอร์หลอดไฟ 2200 ANSI Lumen ในขณะที่ยังรักษาอัตราส่วนความสว่างเฉลี่ยที่รับรู้ค่าได้เท่ากับ 2.4 เท่าครับ

ด้วยคุณสมบัติ ที่รองรับระบบภาพ HDR 10 จึงทำให้สีของภาพมีความคมชัดมากยิ่งขึ้น โดยสังเกตุเห็นได้จากรายละเอียดความคมชัดในบริเวณที่มืดและสว่างกว่า และให้ขอบเขตการแสดงผลเฉดสี ได้มากถึง 1.07 Billion Colours

Viewsonic X10-4K นั้นมีเทคโนโลยีการแก้ไขเฟรมเลตของภาพ ซึ่งช่วยลดความเบลอของภาพเคลื่อนไหว และทำให้การแสดงอัตราเฟรมภาพเคลื่อนไหลนั้นมีความ สมูท นุ่มนวล ลื่นไหล มีความเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น

สามารถตั้งค่าโหมดของภาพ Viewsonic X10-4K ได้ทั้งหมด 4 ด้วยกันโดยมี โหมดสว่างสูงสุด (Brightest) : สำหรับการฉายภาพในสภาพแวดล้อมที่มีแสงจ้าและโปรเจคเตอร์ต้องทำงานในระดับความสว่างสูงสุด, โหมด TV ยกระดับความเข้มของสีเขียวของสนามแข่งราวกับนั่งเชียร์กีฬาอยู่ในสนามจริง, โหมดเกม: อุณหภูมิสีที่ยกระดับความคมชัดในการเล่นเกมโดยเฉพาะ, โหมดภาพยนตร์:ยกระดับสีสันของภาพยนตร์ มอบประสบการณ์การรับชมราวกับรับชมในโรงภาพยนตร์ เป็นโหมดที่ดีที่สุดสำหรับสภาพแวดล้อมที่มีแสงน้อย หรือ มืดสนิท, User 1/User2 เป็นโหมดที่เราสามารถที่จะตั้งค่าได้อิสระในแบบของเราเอง เช่น เพิ่มค่าความสว่าง(สีขาว) มากขึ้น หรือ เพิ่มค่า Contrast ฯลฯ ที่เหมือนกับการตั้งค่าในทีวีเลยครับ

ภาพจาก ภาพยนต์เรื่อง Iron Man 2 ที่ความละเอียด Full HD ครับ รายละเอียด ดีเทลต่างๆ ของภาพทำได้น่าทึ่งจริงๆ

จุดเด่นอีกหนึ่งจุดที่พลาดไม่ได้เลย มีลำโพง Harman Kardon คู่ขนาด 8W และให้เสียงที่กว้าง…กังวาล…มีมิติ… ดูหนังฟังเพลงสนุก เสียงดนตรีมีชีวิตชีวา เหมือนนั่งฟังเพลงแสดงสดอยู่หน้าเวที ซึ่งพลังเสียงนั้นดังเดินคาด ไม่คิดว่าลำโพงโปรเจคเตอร์ตัวแค่นี้ จะสร้างเสียงได้ทรงพลัง ขนาดนี้เลยครับ

สามารถปรับแต่งคุณภาพเสียงอีควอไรเซอร์ ได้ตามที่เราต้องการ ได้ในโหมดภาพ Movie และ User อีกด้วยนะจ๊ะ

อย่างที่บอกไปแล้วความพิเศษอีกอย่างนึงของ Viewsonic X10-4K รุ่นนี้ คือมีระบบปฏิบัติการ Android ติดตัวมาให้ด้วย ซึ่งให้ความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง มีแอพพลิเคชั่นที่เราคุ้นๆตา มาให้เลือกใช้มากมาย เช่น Netflix, Google Chrome ฯลฯ และสามารถที่จะเชื่อมต่อ Wi-FI เข้าอินเตอร์เน็ตได้เลยในตัว พร้อมทั้งโหลดแอพพลิชั่นของระบบ ปฎิบัติการ Android ต่างๆ ได้ด้วย

NETFLIX แอพพลิแคชั่น ดูภาพยนต์ ดูซีรีย์ ยอดฮิตของใครหลายๆคน ก็มีมาให้นะจ๊ะ

เราลองมารับชมภาพแบบภาพยนต์กันบ้างดีกว่าครับ ว่าจะแจ่มแมวแค่ไหน

ด้วยความที่แหล่งกำเนิดแสงของโปรเจคเตอร์ Viewsonic X10 รุ่นนี้ใช้เทคโนโลยีเป็นแบบ LED รุ่นล่าสุด ที่ปราศจากสารปรอท จึงทำให้มีอายุของหลอดฉายนานถึง 30,000 ชั่วโมง

หน้าต่างเมนูสำหรับการตั้งค่า Setting ต่างๆ ที่สามารถปรับได้หลากหลาย ทั้งการตั้งค่า Network Settings, Basic Settings, Firmware Upgrade, Advanced settings, information หรือแม้กระทั้งปรับตั้งค่า เวลา วันที่ 

สามารถปรับตั้งค่าได้หลากหลายมากๆเลยครับ เช่น การตั้งค่าของภาษา สามารถปรับตั้งค่าของภาษาได้ทั้งหมด 23 ภาษา อีกทั้งยังรองรับภาษาไทยด้วยนะครับ, การตั้งค่าการเปิด/ปิดระบบของ Auto Keystone และAuto Focus, ระบบ Auto Power OFF ที่เหมือนจะเป็นการปิดเครื่องให้อัตโนมัติ หากเราไม่ได้ใช้งานเครื่องนานถึง 20 นาที (สามารถตั้งค่าเวลาปิดเครื่องได้)

รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi 5GHz ได้ โดยต้องใช้อุปกรณ์เสริมเชื่อมต่อผ่านช่อง USB ที่ทาง Viewsonic X10-4K เค้าแถมมาให้ พร้อมกับดาวโหลดแอพพลิเคชั่นผ่านการสแกน QR CODE (สำหรับระบบ Andrioid) หรือ สำหรับใครที่ใช้ระบบ iOS ก็สามารถเปิดฟังก์ชั่นนี้ได้ด้วยการ สไลด์ด้านล่างขึ้น แล้วเลือกที่ icon “Screen Mirroring” และเชื่อมต่อกับ “ViewSonic PJ-XXXX”

การเชื่อมต่อกับ Smart Phone ผ่านทางสาย USB TYPE-C ซึ่งปกติแล้วหลายคนคงจะทราบดีว่าการต่อโปรเจคเตอร์ใช้งานกับเครื่อง Smart Phone บางครั้งก็ค่อนข้างมีปัญหา ภาพไม่ขึ้นบ้าง หาสัญญาณไม่เจอบ้าง ซึ่งจากที่ทดลองใช้ก็สามารถใช้งานได้ปกติดี ค้นหาสัญญาณได้รวดเร็ว ทดลองใช้ดูคลิปผ่านทาง Youtube ก็ไม่มีอาการภาพกระตุกหรือ ดีเลย์ของภาพ แต่อย่างใดมาให้เห็น

นอกจากจะใช้สำหรับเปิด Youtube แล้ว ฟังก์ชั่นนี้ยังสามารถที่จะสะท้อนภาพหน้าจอ Smart Phone ขึ้นไปอีกด้วยครับ สำหรับใครที่จะใช้ฟังก์ชั่นนี้ ทางที่ดีก็อย่าลืมปิดไลน์ ปิดเฟสให้เรียบร้อยนะครับ เกิดสาวๆทักมาในขณะที่ประชุมอยู่ล่ะก็ ฮากันยกใหญ่เลยทีเดียว เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่เตือน

สรุป

ข้อดี 
– ดีไซน์การออกแบบสวยงาม งานประกอบแน่นวัสดุดี แนวเรียบหรู
– มีน้ำหนักเพียง 6.5 กก. และมีหูหิ้ว ที่สามารถพกพาเคลื่อนย้าย ได้สะดวก
– สเปคสูงมาก ความละเอียดคมชัดระดับ 4K (3840×2160) ในราคาที่จับต้องได้
– รองรับการแสดงผลแบบ HDR10
– เป็นโปรเจคเตอร์ที่มีระบบปฏิบัติการ android ภายในตัว ที่ช่วยให้สตรีมมิ่งต่างๆ ทำได้อย่างง่ายดาย
– มีตัวช่วยเรื่องของภาพเคลื่อนไหว ทำให้การแสดงอัตราเฟรมภาพเคลื่อนไหลนั้นมีความ สมูท นุ่มนวล ลื่นไหล
– ระบบ Auto Focus และ Auto Keystone ที่ช่วยให้ภาพนั่นมีความคมชัด ให้อัตโนมัติ โดยที่เราไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องของการปรับมุมของภาพ และปรับโฟกัสให้เสียเวลา
– สามารถ Screen mirroring ส่งภาพจากมือถือ Smart Phone ขึ้นจอฉายได้เลยเพียงแค่โหลดแอพ 
– ลำโพง Harman Kardon คู่ ที่ให้เสียงที่ทรงพลัง 
– อายุหลอดภาพ LED รุ่นล่าสุด ที่มีความอึด ถึก ทน กว่า 30,000 ชั่วโมง

ข้อสังเกตุ
– รุ่นนี้ไม่สามารถ ซูมหรือขยายภาพฉายได้ แต่ว่ารุ่นนี้เป็นโปรเจคเตอร์แบบ short Throw ที่มีระยะฉายที่สั้น เลยไม่กังวลเรื่องของการซูมขยายภาพครับ
– ไม่มี 0% 24 เดือนครับ (หยอกๆ)

by TOFU

สนใจสั่งซื้อ Projector Viewsonic ได้ที่ https://projectorpro.in.th/projector/viewsonic.html

Promotion Laser Projector Epson-EB-L610U

เลเซอร์โปรเจคเตอร์ EB-L610U เลเซอร์โปรเจคเตอร์ประสิทธิภาพสูง ให้ความสว่างสูงถึง 6,000 lumens ระดับ WUXGA และการปรับตำแหน่งเลนส์ที่หลากหลาย

ในราคาที่เข้าถึงได้ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้านการศึกษาและด้านธุรกิจได้อย่างดีเยี่ยม ให้ความสว่างของแสงสีและแสงสีขาวสูงถึง 6,000 lumens มีอัตราส่วนความคมชัดสูงถึง 2,500,000:1 รวมถึงสามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ด้วยตัวเอง

นอกจากนี้โปรเจคเตอร์แบบไร้สายให้ความละเอียดระดับ WUXGA และรองรับ Full HD ด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ที่ทันสมัย สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 20,000 ชั่วโมง โดยไม่จำเป็นต้องบำรุงรักษาสำหรับการใช้งาน optical engine มาพร้อมระบบการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบไร้สายที่มีความปลอดภัยระดับสูง และคุณสมบัติการติดตั้งที่ทันสมัย

เหลือ 230,000.- จากปกติ (239,000)

สนใจสั่งซื้อ เอปสันโปรเจคเตอร์ ได้ที่ https://projectorpro.in.th/projector/epson.html

ติดตั้งโปรเจคเตอร์ BenQ MX550 โรงเรียนนครนนท์วิทยา5

ขอขอบคุณโรงเรียนนครนนท์วิทยา5 จ.นนทบุรี ที่มอบโอกาสให้ทางร้านโปรเจคเตอร์ได้บริการติดตั้งโปรเจคเตอร์ในครั้งนี้ โดยโปรเจคเตอร์ที่ใช้ในงานติดตั้งครั้งนี้คือ Projector BenQ MX550 นั่นเอง

รายละเอียดของงานติดตั้งมีดังนี้ งานติดตั้งโปรเจคเตอร์ โปรเจคเตอร์ BENQ MX550 แขวนเครื่องที่ระยะ 4.20 เมตร ฉายลงบนจอรับภาพ iScreen wall Screen ขนาด 100″ (4:3) พร้อมด้วยบริการติดตั้ง สุดเนี๊ยบ เก็บงานเรียบร้อย โดยทีมงานมืออาชีพ

ProjectorPRO ให้บริการด้านโปรเจคเตอร์อย่างครบวงจร หากท่านใดสนใจจะติดตั้งโปรเจคเตอร์ด้วยทีมงาน ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านภาพและเสียง ที่มีประสบการณ์กว่า 10 ปี 

สามารถติดต่อ ขอรับบริการได้ทุกช่องทางการติดต่อของเรา ไม่ว่าจะเป็นเบอร์โทรศัพท์ หรือจะเป็นการเดินเข้าไปพูดคุยกันที่หน้าร้านโปรเจคเตอร์โปรทุกสาขา ยินดีให้คำปรึกษาก่อนติดตั้ง

สนใจสั่งซื้อ BenQ Projector ได้ที่ https://projectorpro.in.th/projector/benq.html

Review Visualizer Gygar GN-80

สวัสดีครับ กลับมาพบกับรีวิวโปรเจคเตอร์ดีๆกันทุกวันศุกร์ อีกเช่นเคยนะครับ แต่วันนี้กระผมนาย Tofu ไม่ได้มารีวิวโปรเจคเตอร์นะครับ โดยในครั้งนี้ผมได้มีโอกาสมารีวิวเจ้าเครื่องถ่ายทอดสัญญาณภาพ 3 มิติ (Visualizer) แบบพกพา ถึงที่ร้าน ProjectorPRO สาขาพันธ์ทิพย์ ประตูน้ำ กันครับ ซึ่งเจ้าตัวนี้เป็นไลน์อัพใหม่ของทาง GYGAR เค้าเลยครับ ซึ่งรุ่นที่ผมจะมานำเสนอในวันนี้เลยก็คือรุ่น GYGAR Portable GN 80 ครับ

โดยตัวเครื่องของ Gygar Poartable GN 80 จะมีรูปร่างหน้าตาการออกแบบคล้ายๆกับโคมไฟตั้งโต๊ะ มีขนาด (Dimention) อยู่ที่ 44×34×21 cm และมีน้ำหนักเพียงแค่ 2 กิโลกรัมเท่านั้น ขนาดเล็กกระทัดรัดเหมาะแก่การพกพาและยังมีความยืดหยุ่นในการติดตั้งค่อนข้างสูง ถ้าเทียบกับแบบธรรมดาที่เป็นแบบแท่นวางครับ

ส่วนต่างๆของตัวเครื่อง

ในส่วนหัวของตัวเครื่องนั้นเป็นลักษณะแบบ คอห่าน (Gooseneck) สามารถปรับองศาการก้มเงยได้ละเอียดมากๆครับ และมาพร้อมกับไฟ LED ส่องสว่าง ที่มีอายุหลอดการใช้นานถึง 30,000 ชั่วโมง

Specification

จำนวนจุดแสดงผล : 8 Megapixel 
อุปกรณ์สร้างสัญญาน : 1/2.7“ CMOS
อัตตราการ ซูม ขยายภาพ (Zoom) : 12x optical, 10x michanic, 12x digital 
มีพื้นที่จับภาพขนาด : A3 
การปรับความคมชัด Focus : Auto/manual 
ระบบสัญญาณ(Native) : 720P/1080P 
ความละเอียดของภาพ (horizontal) : ≥1000 TV lines 
ระบบเก็บภาพในเครื่อง : Yes(image memory: 1000 pictures) 
การบันทึกการวิดีโอ Video recording : กดเพียงปุ่มที่หน้าเมนู 
OSD : Yes 
ระบบการควบคุม (White balance) : Auto/manual 
ระบบการควบคุมภาพ : Mirror, Rotation, Split, Freeze, Black and White, Negative, PIP, Title, Highlight, Mask, Mosaic 
Anotation : On board anotation 
Internal memory : 4G 
External memory : USB disk, SD card(up to 32G) 
Plug&Play(USB/SD) : Word, PPT, EXCEL, JPG, MP3, MP4, AVI 
Wifi connection : Optional 
พอร์ทการเชื่อมต่อ : USB 2.0 Host×2, Slave×1 Inputs VGA×2 ,HDMI×1,AV×1 Audio×3 Outputs VGA×2 ,HDMI×1,VIDEO×1 Audio×1 
ขนาดหน้าจอทัชกรีน : 7” touch screen 
Kensington lock : Yes 
ขนาด : 44×34×21 
น้ำหนัก : 2KG 
Power supply : 12V DC power adapter

PORT

ในส่วนของพอร์ทการเชื่อมต่อทั้งหมดของ GYGAR GN 80 จะอยู่ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง โดยมีพอร์ตการเชื่อมต่ออย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น DC 12V ช่องเสียบไฟ, VGA Input, Audio Input, HDMI Input, HDMI Output, Audio Output, VGA Output, USB เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์, USB เชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นๆ

การซูมเข้า/ซูมออกสามารถมาหมุน ZOOM KNOB, USB Type-A สามารถเปิดไฟล์งานได้ทันที, POWER ปุ่ม เปิด-ปิดเครื่อง, KENSINTON ช่องล็อคสายกันขโมย

ทางด้านของช่องใส่ SD CARD กับช่องสัญญาณ USB TYPE-A จะแยกออกมาอยู่ทางด้านซ้ายของเครื่องครับ

รีโมทคอนโทรลขนาดกระทัดรัด จับถนัดมือ มีปุ่มควบคุมที่ละเอียด สามารถใช้งานได้หลากหลายครอบคลุมทุกสถานการณ์
1) Camera ปุ่มเปลี่ยนเป็นภาพจากกล้อง 13) Record ปุ่มบันทึก/หยุด วีดีโอ 2) HDMI In ปุ่ม รับสัญญาณ HDMI 14) Save ปุ่มจัดเก็บภาพในตัวเครื่องหรือ Memory 3) VGA In ปุ่ม รับสัญ ญาณ VGA 15) Rotate ปุ่มหมุนภาพ 4) Arrow ปุ่มลูก ศรทิศทาง บน/ซ้าย/ขวา/ล่าง 16) Spit ปุ่มแยกภาพ 5) OK ปุ่มยืนยันการเลือก 17) Freeze ปุ่มหยุดภาพชั่วคราว 6) Delete ปุ่มลบรูป /วีดีโอ 18) Mirror ปุ่มกลับภาพ 7) Back ปุ่มย้อนกลับไปเมนูก่อนหน้านี้ 19) Title ปุ่มหยุดภาพหัวเรื่อง 8) Resolution ปุ่มปรับความละเอียด 20) PIP ปุ่มโหมดภาพ 9) Auto ปรับแสงและโฟกัสอัตโนมัติ 21) Mask ปุ่มโหมด Mask 10)Lamp ปุ่มเปิด/ปิดไฟ 22) Masaic ปุ่มโหมด Masaic 11)Zoom+/- ซูมเข้า/ซูมออก 23) Focus ปุ่มปรับโฟกัสด้วยตัวเอง 12)Recall ปุมเรียกคืนภาพ/แสดงภาพ 24) Brightness +/- ปรับความสว่างของภาพ และวิดีโอคลิปที่บันทึกไว้

มีพี่เจ้าหน้าที่จากทางร้านมาช่วยสาธิตให้ดูด้วยครับ ตัวเครื่อง ตัวเครื่อง GYGAR GN 80 สามารถต่อสัญญาณภาพขึ้นจอทีวี หรือ จอ interactive ได้เลย 

สามารถเลือกการฉายภาพได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน เพียงแค่หมุน IR receiver ที่หัวของตัวเครื่อง GYGAR GN 80 ครับ

หน้าจอทัชสกรีนของ Gygar GN 80 มากับขนาดจอทัชกรีน 7” ที่สามารถใช้นิ้วมือ วาดเขียน พร้อมทั้งยังแสดงไปยังหน้าจอรับภาพไปพร้อมกันๆอีกด้วยครับ

สามารถปรับแต่งฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ ได้ที่หน้าจอทัชกรีนนี้เลยครับ ปรับโหมดการแสดงผลภาพได้สะดวกตามต้องการ ทั้งการซูมย่อ ขยายภาพ, ปรับแสงและโฟกัสอัตโนมัติ, ปุ่มบันทึก/หยุด วีดีโอ, Save ปุ่ม จัดเก็บ ภาพในตัวเครื่อง Memory หรือแม้งกระทั่งปรับแสงสว่างของหน้าจอ ก็ทำได้เพียงแค่ทัชลงไปที่หน้าจอ 

ด้วยความที่ตัว Gygar Gn 80 รุ่นนี้มีพอร์ทการเชื่อมต่อ HDMI จึงทำให้เราสามารถนำไปต่อพวงกับโปรเจคเตอร์ ได้เลย โดยไม่ต้องหาตัวแปลงอะไรทั้งนั้น

มีพื้นที่จับภาพใหญ่สุดถึงขนาดของกระดาษ A4 โดยจะมีระบบควบคุมการปรับความคมชัด (Focus) แบบอัตโนมัติให้ด้วย หรือจะปรับด้วยมือเองก็สามารถทำได้เช่นกัน 

สามารถซูมภาพได้ละเอียดถึง 12x (optical), 10x michanic และการซูมผ่านระบบของตัวซอฟแวร์(Digital) ได้อีก 12x มองเห็นแม้กระทั่ง USB 2.0 ขนาดเล็กมากๆ

สามารถเลือกการฉายภาพได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน อีกทั้งยังสามารถบันทึกภาพที่เราฉาย ลงในตัวเครื่องได้ถึง 1000 รูป หรือจะอัดวิดีโอขณะฉาย อยู่ก็สามารถทำได้สะดวก

การตอบสนองการเคลื่อนไหวของภาพฉายออกไปนั่นก็มีการตอบสนองที่ลื่นไหลในระดับที่ดีเยี่ยม ไม่มีตะกุกตะกักมาให้เห็น

สรุป

จากการทดลองเล่นตัวเครื่องถ่ายทอดสัญญาณภาพ 3 มิติ (Visualizer) Gygar GN 80 จึงได้ข้อสรุปดังนี้ครับผม
จุดเด่น
– มีขนาดเล็กกระทัดรัด พกพาสะดวก น้ำหนักเบา
– หน้าจอเป็นแบบทัชกรีน ทำให้ใช้งานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
– ระบบสัญาณ (NATIVE)ระดับสูงสุดระดับ 1080P 
– ส่วนหัวของตัวเครื่องเป็นแบบคอห่าน (Gooseneck) สามารถปรับองศาการก้มเงย ได้ง่ายและสะดวกต่อการใช้งาน
– มีพอร์ทการเชื่อมต่อที่หลากหลาย ครบครัน 
– มีพอร์การเชื่อมต่อ USB Type A มาให้ถึง 3 ช่องเสียบ
จุดสังเกตุ
– ไม่มีช่องสัญญาณวิดีโอเข้า/ออกระบบ RCA และระบบควบคุมผ่าน RJ45
– ไม่มีระบบปรับสีให้อัตโนมัติ
ฟังก์ชั่นเยอะขนาดนี้ ด้วยราคาสุดคุ้มเพียง 39,900 บาทเท่านั้น ห้ามพลาด สามารถสั่งซื้อได้แล้วที่ร้าน PROJECTORPRO ทุกสาขา

สนใจสั่งซื้อ Gygar Visualizer ได้ที่ https://projectorpro.in.th/visualizer/gygar.html

ติดตั้งโปรเจคเตอร์ Epson EB-970 ที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึก

ใกล้ไกลแค่ไหนเราก็พร้อมบริการด้วยใจ งานติดตั้งโปรเจคเตอร์ โปรเจคเตอร์ Epson EB-970 2 ห้อง ห้องแรกแขวนเครื่องที่ระยะ 4.2 เมตรฉายลงบนจอรับภาพขนาด 150″ (4:3) และห้องที่ 2 แขวนเครื่องที่ระยะ 5.9 เพื่อหลบปลั๊กไฟ

ขอขอบคุณ “โรงพยาบาลทหารผ่านศึก” ที่ไว้วางใจในบริการสั่งซื้อเครื่องโปรเจคเตอร์ EPSON EB-970 พร้อมด้วยบริการติดตั้ง สุดเนี๊ยบ เก็บงานเรียบร้อย โดยทีมงานมืออาชีพ มากๆนะคะ

ProjectorPro ให้บริการด้านโปรเจคเตอร์อย่างครบวงจร หากท่านใดสนใจจะติดตั้งโปรเจคเตอร์ด้วยทีมงาน ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านภาพและเสียง ที่มีประสบการณ์กว่า 10 ปี

สามารถติดต่อ ขอรับบริการได้ทุกช่องทางการติดต่อของเรา ไม่ว่าจะเป็นเบอร์โทรศัพท์ หรือจะเป็นการเดินเข้าไปพูดคุยกันที่หน้าร้านโปรเจคเตอร์โปรทุกสาขา ยินดีให้คำปรึกษาก่อนติดตั้ง

สนใจสั่งซื้อ Epson Projector ได้ที่ https://projectorpro.in.th/projector/epson.html

Pantip MID YEAR SALE 2019

ซื้อสินค้าอะไรก็ได้ภายในศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ ทุกใบเสร็จ ลุ้นรับ Notebook และ Gift Voucher

ซื้อโปรเจคเตอร์ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับโน็ตบุ๊ค สำหรับใครที่มีแแพลนจะซื้อโปรเจคเตอร์ ห้ามพลาด!! ดีลเด็ด ซื้อเสร็จอย่าลืมเก็บใบเสร็จไว้เป็นหลักฐาน ร้าน ProjectorPro สาขา ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ชั้น 3 (ข้างบันไดเลื่อน ห้อง 3100) 090-601-4466, 02-656-6161

วิธีการร่วมลุ้นรางวัล
– ซื้อสินค้าในศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ (เก็บใบเสร็จไว้เป็นหลักฐาน)
– กด LIKE Facebook Page : Pantip Pratunam
– คอมเมนต์ใต้โพสนี้ว่าซื้ออะไรจากร้านไหน พร้อมแชร์โพสเป็นสาธารณะ

รอบที่ 1: ซื้อสินค้าวันที่ 1-9 มิ.ย. 62 จับรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 10 มิ.ย. 62 แจกฟรี
– ACER Aspire5 A515-51G-51PW จำนวน 1 เครื่อง
– Lenovo ideapad 320-15IKB จำนวน 1 เครื่อง 
– Gift Voucher The Future มูลค่า 1,000 บาท จำนวน 2 รางวัล 
– Gift Voucher Sportsworld มูลค่า 500 บาท จำนวน 2 รางวัล

* ผู้โชคดีต้องมารับภายในวันที่ 11-20 มิย. 62 และ Voucher ต้องใช้ภายในวันที่ 11-20 มิย. 62

รอบที่ 2: ซื้อสินค้าวันที่ 10-19 มิ.ย. 62 จับรายชื่อผู้โชคดี วันที่ 20 มิ.ย. 62 แจกฟรี
– HP 15-cc007TX จำนวน 2 เครื่อง
– Gift Voucher The Future มูลค่า 1,000 บาท จำนวน 2 รางวัล 
– Gift Voucher Sportsworld มูลค่า 500 บาท จำนวน 2 รางวัล

* ผู้โชคดีต้องมารับภายในวันที่ 21-30 มิย. 62 และ Voucher ต้องใช้ภายในวันที่ 21-30 มิย. 62

รอบที่ 3: ซื้อสินค้าวันที่ 20-29 มิ.ย. 62 จับรายชื่อผู้โชคดี วันที่ 30 มิ.ย. 62 แจกฟรี
– ASUS X407UF-BV041T จำนวน 2 เครื่อง
– Gift Voucher The Future มูลค่า 1,000 บาท จำนวน 2 รางวัล 
– Gift Voucher Sportsworld มูลค่า 500 บาท จำนวน 2 รางวัล

* ผู้โชคดีต้องมารับภายในวันที่ 1-10 ก.ค. 62 และ Voucher ต้องใช้ภายในวันที่ 1-10 ก.ค. 62

สนใจสั่งซื้อ acer projector ได้ที่ https://projectorpro.in.th/projector/acer.html

BenQ เปิดตัวโปรเจคเตอร์ DLP Home Cinema 4K สัมผัสมิติแห่งการชมภาพยนตร์ด้วยค่าสี DCI-P3 สูงถึง 100%

บริษัท เบ็นคิว (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์โปรเจคเตอร์ 4K เดินหน้าขยายตลาดไปยังกลุ่มผู้บริโภคกว้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีอันโดดเด่น ส่งผลให้การเติบโตในไตรมาสแรกของปี 2562 รับส่วนแบ่งการตลาด 41.27% ยืนครองแชมป์อันดับ 1 อีกครั้ง

และเมื่อเร็วๆ นี้ เบ็นคิว ได้เปิดตัวโปรเจคเตอร์ DLP คุณภาพระดับโลก รุ่น CinePrime W5700 มิติของการชมภาพยนต์ด้วยขอบเขตการแสดงค่าสีครอบคลุมมาตรฐาน DCI-P3 ถึง 100% พร้อมรองรับระบบ 4K HDR-PRO™ มอบประสบการณ์ให้กับกลุ่มผู้บริโภคได้เต็มอิ่มทุกอรรถรสต่อการรับชมภาพยนตร์ในบ้าน พร้อมเชิญแขกคนสำคัญ ทพ.พงศ์ทิพจักร์ เชื้อเจ็ดองค์ หรือ หมอเอก ผู้เชี่ยวชาญด้านภาพและเสียงในระบบโฮมเธียเตอร์ มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวความละเอียดระดับ UHD Premium 4K หรือ 8.3 ล้านพิกเซล ของ W5700 ให้ได้ทึ่งกัน ณ THEATER HOUSE ศูนย์การค้า Crystal Design Center (CDC)

นายวัชรพงษ์ วงษ์มา ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์ฯ กล่าวว่า “เมื่อช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 เบ็นคิว ประเทศไทย ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์กลุ่ม CinePrime Series รุ่น W2700 โปรเจคเตอร์ DLP ระดับ 4K รองรับ HDR-PRO™ ที่ออกแบบการฉายภาพในระยะสั้นให้เหมาะสำหรับโฮมเธียเตอร์ ซึ่งได้ผลตอบรับที่ดี ด้วยจุดเด่นที่สามารถแสดงค่าสีได้ครอบคลุมมาตรฐาน DCI-P 3 ถึง 95% ส่งผลให้เบ็นคิวได้รับส่วนแบ่งทางการตลาดถึง 41.27% ขึ้นอันดับ1 ต่อเนื่องในกลุ่มผลิตภัณฑ์โปรเจคเตอร์ 4K และยอดขายทั่วโลกของ เบ็นคิว ยังครองตำแหน่งแบรนด์โปรเจคเตอร์ DLP อันดับหนึ่งติดต่อกัน 11 ปีซ้อน”

“ในส่วนไตรมาสสองนี้ ได้คัดสรรผลิตภัณฑ์โปรเจคเตอร์ รุ่น CinePrime W5700 True 4K HDR-PRO™ มารองรับกลุ่มผู้บริโภคที่ชื่นชอบโฮมเธียเตอร์ หรือโรงภาพยนต์ขนาดเล็ก และโรงภาพยนต์ดิจิตอล ให้สัมผัสกับประสบการณ์ในการชมภาพยนตร์อย่างแท้จริง ทั้งตื่นตาตื่นใจและเพลิดเพลินไปกับเทคโนโลยี CinematicColor™ พื้นที่การแสดงค่าสีครอบคลุมมาตรฐาน DCI-P3 ที่กว้างเป็นพิเศษ ถึง 100% เทียบเท่ากับวงการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ พร้อมประสิทธิภาพจาก Delta E<3 ที่ลดหลั่นของน้ำหนักสี ให้การแสดงค่าสีถูกต้องแม่นยำ ถ่ายทอดเฉดสีออกมาได้เป็นธรรมชาติสมจริง โดยได้รับการการันตีและรับรองคุณภาพจากโรงงาน จึงทำให้โดนใจผู้สร้างภาพยนตร์”

“โปรเจคเตอร์ W5700 ให้ความคมชัดตื่นตาตื่นใจระดับ 4K UHD 3840×2160 เรโซลูชั่น พร้อมความสามารถในการแสดงผลที่ 8.3 ล้านพิกเซลต่อเฟรมภาพ อัตราส่วนความคมชัด (Contrast Ratio) 100,000:1 โปรเจคเตอร์ W5700 มาพร้อมการประยุกต์ใช้ Single – DMD DLP ขนาด 0.47 นิ้ว ตอบโจทย์พื้นที่ในห้องนั่งเล่น หรือจะเป็นโรงภาพยนตร์ดิจิตตอลขนาดเล็ก อีกทั้งยังสามารถให้ภาพที่มีความละเอียดได้มากถึงสี่เท่าตัว และประกอบด้วยการจัดเรียงเลนส์แก้วชนิด 4K-optimized Lens Array จำนวน 11 ชิ้น 6 กลุ่ม ลงในกรอบโลหะ ซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำ พร้อมให้แสงสามารถส่งผ่านได้ดี ส่งผลให้ภาพมีความคมชัดและแสดงค่าสีได้เทียบเท่ากับมาตรฐานโรงภาพยนตร์”

สำหรับโปรเจคเตอร์ CinePrime W5700 มีวางจำหน่ายแล้วในราคา 69,900 บาท ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.benq.com และสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์โปรเจคเตอร์ https://projectorpro.in.th/projector/benq.html

cr.beartai

EPSON เปิดตัวเลเซอร์โปรเจคเตอร์ 3LCD ความสว่าง 30,000 ลูเมนส์ เครื่องแรกของโลก!!

เอปสันเนรมิตโซลูชั่นเลเซอร์โปรเจคเตอร์ในงานอินโฟคอมม์ เซาธ์อีสต์ เอเชีย 2019 โชว์ไฮไลท์โปรเจคเตอร์ 3LCD 30,000 ลูเมนส์ ครั้งแรกในไทย

14 พฤษภาคม 2562 – เอปสันเปิดตัวเลเซอร์โปรเจคเตอร์ 3LCD ความสว่าง 30,000 ลูเมนส์ ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายในงานอินโฟคอมม์ เซาธ์อีสต์ เอเชีย 2019 (InfoComm Southeast Asia 2019) ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ พร้อมนำนวัตกรรมเลเซอร์โปรเจคเตอร์และอินเตอร์แอคทีฟโปรเจคเตอร์มาจัดแสดงเป็นโซลูชั่นเพื่อสาธิตการใช้งานในหลากหลายสภาพแวดล้อม

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการ บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “เอปสันยังครองตำแหน่งผู้นำ ตลาดโปรเจคเตอร์ทั่วโลกติดต่อกันนาน 18 ปี ด้วยส่วนแบ่งตลาดในปัจจุบันที่ 37.4% และสำหรับตลาดเมืองไทย สินค้าไฮไลท์ของเอปสันที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วคือกลุ่มโปรเจคเตอร์ความสว่างสูง หรือ High Brightness Projector ที่ปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาดเกือบ 32% หลังจากที่นำสินค้าเข้ามาทำตลาดได้เพียงแค่ 4 ปี โดยในงาน InfoComm Southeast Asia 2019 ครั้งนี้ เอปสันก็ได้นำสินค้าใหม่ Epson Laser Projector EB-L30000UNL เข้ามาเปิดตัวครั้งแรก ซึ่งสินค้ารุ่นนี้เป็นเลเซอร์โปรเจคเตอร์ระบบ 3LCD รุ่นแรกของโลกที่มีความสว่างระดับ 30,000 ลูเมนส์ รองรับการใช้งานแม้ในที่ที่มีสภาพแสงมาก ดูแลรักษาง่าย ภาพที่ฉายมีคุณภาพสูง เหมาะกับการใช้งานในอีเวนท์ต่างๆ และธุรกิจให้เช่าอุปกรณ์แสงสีเสียง”

Epson Laser Projector EB-L30000UNL จัดเป็นโปรเจคเตอร์อเนกประสงค์ ติดตั้งง่าย และติดตั้งได้รอบทิศทาง เหมาะกับการใช้งานในทุกสภาพแวดล้อม ทั้งยังเปลี่ยนเลนส์ได้ตามความต้องการของผู้ใช้งานและประเภทงานด้วย โดยเครื่องรุ่น EB-L30000UNL สามารถรองรับการฉายภาพที่มีคุณภาพสูงระดับ 4K ด้วยความละเอียดระดับ WUXGA และคอนทราสต์ ระดับ 2,500,000:1 ภาพที่ฉายออกมาจึงมีสีสันที่สดใส ให้สีขาวที่สว่างไสวและเห็นเฉดสีดำได้ในทุกรายละเอียดรวมทั้งยังรองรับการฉายภาพขนาดใหญ่ได้ถึง 1,000 นิ้ว อีกด้วย

ภายในงานนอกจากจะเปิดตัวสินค้าใหม่แล้ว เอปสันยังได้ยกขบวนนวัตกรรมเลเซอร์โปรเจคเตอร์มาจัดแสดงเป็น โซลูชั่น เพื่อนำเสนอการใช้งานโปรเจคเตอร์ในสภาพแวดล้อมต่างๆ และแสดงถึงวิธีการฉายภาพบนพื้นผิวที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการฉายเข้ามุม การฉายบนฉากโค้ง และการใช้เทคโนโลยยีอินเตอร์แอคทีฟ อันประกอบ 

ด้วยโซนแสดงงานศิลป์การใช้โปรเจคเตอร์รุ่น EB-L1070UNL ความสว่าง 7,000 ลูเมนส์ คู่กับเลนส์ระยะสั้นพิเศษ รุ่น ELPLX01 ซึ่งให้ภาพที่ฉายมีชีวิตชีวา คุณภาพภาพสูง ถึงจะอยู่ในพื้นที่ที่มีความสว่างแตกต่างกัน

โซนโฮมเธียเตอร์ เปิดมิติใหม่ของการรับชมภาพยนตร์ภายในบ้าน ด้วยโฮมโปรเจคเตอร์รุ่น EH-TW9400 4K PRO-UHD ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยี pixel-shifting และ resolution-enhancement ช่วยทวีคูณความคมชัดของคอนเทนท์แบบ Full HD เพื่อให้ได้ภาพในระดับ 4K

โซนเคาน์เตอร์บาร์อินเตอร์แอคทีฟ ที่มีโปรเจคเตอร์ LightScene EV-100 Series โปรเจคเตอร์ดีไซน์สปอตไลท์ที่ใช้เทคนิค projection mapping ลงบนเคาน์เตอร์บาร์ เพื่อสร้างประสบการณ์ในการสั่งอาหารและเครื่องดื่มแบบอินเตอร์แอคทีฟ นอกจากนี้ ยังใช้ LightScene projector ถึง 16 เครื่องมาเชื่อมต่อกัน เพื่อฉายภาพอินเตอร์แอคทีฟขนาดใหญ่ สำหรับนำเสนอคอนเทนท์ประเภทโปรโมชั่นของร้านค้า หรือข้อความต้อนรับแบบเรียลไทม์ หรือการนำภาพจากสถานที่จริงมาฉาย

โซน Cube of Imagination แสดงฟีเจอร์เด่นในด้านการฉายภาพลงบนวัตถุที่มีความหลากหลาย เช่น รูปทรงที่มีการเข้ามุมเรขาคณิตของลูกบาศก์ โดยนำโปรเจคเตอร์ความสว่าง 15,000 ลูเมนส์ รุ่น EB-L1755UNL ที่มีความละเอียด ระดับ WUXGA รองรับเทคโนโลยี 4K และยังมาพร้อมกับกล้องติดตั้งในตัว เพื่อช่วยให้การปรับค่าของสีมีความถูกต้องแม่นยำและสวยสมจริง ในโซนนี้ลูกค้ายังสามารถเลือกฉายภาพที่ต้องการได้ด้วยตัวเอง

โซนมินิซิตี้และทางเดินแบบอินเตอร์แอคทีฟเป็นการรวบรวมฟีเจอร์อินเตอร์แอคทีฟต่างๆอาทิ โต๊ะอินเตอร์แอคทีฟที่เหมาะกับเกมอินเตอร์แอคทีฟ เพื่อใช้เป็นสื่อในการเรียนการสอน สาธิตด้วยเครื่องรุ่น EB-L1405UNL ที่มีความยืดหยุ่นในการติดตั้งสูง สามารถหมุนได้ 360 องศาในรอบทิศทาง โดยความสว่างของภาพยังมีประสิทธิภาพเท่าเดิม รวมถึงทางเดินแบบอินเตอร์แอคทีฟซึ่งจะแสดงภาพเปลี่ยนไปตามการเคลื่อนไหวของผู้ที่เดินผ่าน โดยนำโปรเจคเตอร์รุ่น EB-L610U ที่มาพร้อมกับเลนส์มุมกว้างที่สามารถปรับตำแหน่งเลนส์ในทั้งในแนวตั้งและแนวนอน

โซนกำแพงไร้รอยต่อแบบอินเตอร์แอคทีฟโดยการนำโปรเจคเตอร์รุ่น EB-1470Ui จำนวน 2 เครื่อง มาสาธิตในรูปแบบการทำงานร่วมกันจากสถานที่คนละแห่ง โดยผู้ใช้สามารถเขียนหรือเคลื่อนย้ายสิ่งที่อยู่บนหน้าจอด้วยปากกาอินเตอร์แอคทีฟหรือนิ้วสัมผัส ทำให้เกิดการสื่อสารแบบสองทาง ซึ่งจะแสดงผลบนหน้าจอพาโนรามาขนาด 177 นิ้ว 

นอกจากนี้ยังมีการสาธิตแว่นตาอัจฉริยะ Moverio BT-35E ที่เป็นแว่นตาโปร่งแสง รองรับเทคโนโลยี Augmented Reality และสามารถแสดงผลได้แบบเรียลไทม์ รวมถึงยังเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่เป็นแอนดรอยด์แบบ Plug and Play ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งสามารถใช้ได้ดีในแวดวงอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวงการสาธารณสุข การบินโดรนเชิงพาณิชย์ ด้านวิศวกรรม ความบันเทิง ฯลฯ

นอกจากนี้ เอปสันยังได้จัดแสดงขั้นตอนการควบคุมการทำงานของเลเซอร์โปรเจคเตอร์ทั้งหมดผ่านระบบเครือข่าย ด้วย Epson Professional Tool ซึ่งจะนำเสนอผ่านโปรเจคเตอร์รุ่น EB-L20000UNL จำนวน 2 เครื่อง อีกด้วย

“ไม่ใช่แค่เมืองไทย โปรเจคเตอร์ความสว่างสูงกำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยปีที่ผ่านมาตลาดโปรเจคเตอร์ความสว่างสูงในเมืองไทยเติบโตขึ้นถึง 3% เมื่อเทียบกับ 2% ในตลาดภูมิภาคนี้ ตลาดที่ให้การตอบรับกับโปรเจคเตอร์ประเภทนี้มากที่สุด ได้แก่กลุ่มโรงแรม โรงพยาบาล ธุรกิจด้านบันเทิง และ ธุรกิจรีเทล รวมไปถึงหน่วยงานราชการ ซึ่งเป็นผลจากการที่รัฐบาลผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ตาม แนวทาง Thailand 4.0 ก็ยิ่งทำให้เกิดการเร่งขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานและโครงการต่างๆ ทั่วประเทศมากขึ้น ทำให้เทคโนโลยีดิจิทัลกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ต้องลงทุนเพิ่มขึ้น จึงเป็นโอกาสให้นวัตกรรมประเภท โปรเจคเตอร์ได้รับความสนใจมากขึ้น” นายยรรยง กล่าว

ผู้สนใจสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์พิเศษกับโซลูชั่นเลเซอร์โปรเจคเตอร์ของเอปสันได้ที่บูธ C20 ในงาน InfoComm Southeast Asia 2019 ตั้งแต่วันที่ 15-17 พฤษภาคม 2562 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค

สนใจสั่งซื้อ Epson Projector ได้ที่ https://projectorpro.in.th/projector/epson.html

Review Projector Epson EB-L610W

ที่สุดของแหล่งกำเนิดแสงสำหรับโปรเจคเตอร์วันนี้ คงไม่มีอะไรดีไปกว่า Laser Diode จากศักยภาพที่ให้ทั้งความสว่างสูง และเสถียรภาพและคุณภาพแสงที่ดีกว่า ดังนี้ที่ผ่านมาเทคโนโลยีเลเซอร์จึงถูกนำมาใช้เฉพาะกับรุ่นโปรเฟสชันนัลราคาสูงเท่านั้น แต่บัดนี้ Epson นำเสนอ Laser Projector รุ่นใหม่ ที่ให้ความย่อมเยาลงทั้งขนาดและระดับราคา เพื่้อเปิดโอกาสให้ใช้งานในห้องประชุม เพิ่มความน่าสนใจให้กับธุรกิจห้างร้าน หรือแม้แต่สร้างความบันเทิงในบ้านพักอาศัย

Epson ถือเป็นหนึ่งในผู้นำที่นำเสนอ 3LCD Laser Projector หลากหลายรุ่นออกสู่ตลาด ปัจจุบันครอบคลุมไปถึงรุ่นที่ให้ความละเอียดภาพแบบ 4K Native ไปจนถึงรุ่นที่ให้ความสว่างสูงมากถึง 25,000 Lumens 

ศักยภาพของ Laser Projector สามารถพิสูจน์ได้จากงานแถลงข่าวเปิดตัวโปรเจคเตอร์รุ่นล่าสุดของ Epson ที่เพิ่งจัดไปสดๆ ร้อนๆ อย่างยิ่งใหญ่ในประเทศไทย โดยในภาพใช้ Professional Laser Projector ความสว่างสูงจำนวน 3 เครื่อง ฉายภาพลงบนฉากของเวทีความยาวกว่า 20 ม. ได้อย่างกลมกลืนแบบไร้รอยต่อ!!

สำหรับรุ่น EB-L610W ที่จะทำการรีวิวต่อไปนี้ ถือเป็นการย่อส่วน Professional Laser Projector ให้มีขนาดตัวเครื่องที่เล็กลง แน่นอนว่าระดับราคาก็ย่อมจะต่ำลงด้วย แต่ระดับความสว่างสู้แสงและฟีเจอร์ด้านการติดตั้งยังถือว่ายืดหยุ่นมากตามแบบฉบับ Epson Laser Projector รุ่นนี้จึงเหมาะสำหรับใช้งานในห้องประชุม นำไปประกอบพรีเซนเทชั่นสร้างสรรค์เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับสินค้าในร้าน หรือเสริมข้อมูลในพิพิธภัณฑ์ หรือจะนำมาสร้างความบันเทิงในบ้านพักอาศัยก็ได้

Design

หากเทียบขนาดกับ EB-L11000U Professional Laser Projector สำหรับงานจัดแสดงขนาดใหญ่ ที่เคยทดสอบไปก่อนหน้านี้ จะพบว่า EB-L610W เครื่องนี้มีขนาดที่เล็กและน้ำหนักน้อยกว่ามากๆ ต้องการพื้นที่ติดตั้งน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด และไม่ต้องกังวลเรื่องโครงสร้างการยึดแขวนมากเท่า ยังคงใช้ผิววัสดุสังเคราะห์สีขาวดูสะอาดตาตามแบบฉบับโปรเจคเตอร์ของ Epson สามารถเช็ดทำความสะอาดได้

ตำแหน่งเลนส์ฉายอยู่กึ่งกลางตัวเครื่องแบบสมมาตร ช่วยให้อ้างอิงตำแหน่งติดตั้งได้ง่าย

EB-L610W ติดตั้ง Lens Shift 2 แกน (Vertical & Horizontal) มาด้วย ถึงแม้เป็นแบบมือหมุนไม่ได้ควบคุมด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้าแบบรุ่นท็อปๆ แต่ก็เอื้อต่อการติดตั้งใช้งานได้อย่างยืดหยุ่นไม่แพ้กัน

กระบอก Zoom และ Focus ติดตั้งอยู่ที่เลนส์ฉาย ปรับโดยใช้มือหมุนเช่นเดียวกัน

ไฟแสดงสถานะการทำงานอยู่ที่ด้านบนตัวเครื่อง

แผงควบคุมและสวิตช์เพาเวอร์อยู่ทางด้านหลังตัวเครื่องเยื้องไปฝั่งขวา ด้านบนเป็นเซ็นเซอร์รับสัญญาณรีโมต IR

ด้านล่างติดตั้งขารองรับแบบปรับระดับได้ พร้อมจุดยึดสกรูเข้ากับขาแขวนเพดาน

รีโมตคอนโทรลสีขาวขนาดกะทัดรัดควบคุมการทำงานได้ครอบคลุม มี Key ลัดต่างๆ เพื่อช่วยในการเลือกใช้งาน และปรับค่าได้สะดวกมากขึ้น

จำนวนและความหลากหลายของช่องต่อรับสัญญาณภาพและเสียงไม่แพ้รุ่นท็อป ประกอบไปด้วย HDMI In2 ช่อง รับสัญญาณภาพความละเอียดสูงสุด 1080p 60Hz

ที่พิเศษไม่แพ้รุ่นโปรเฟสชันนัล คือ ติดตั้งช่องรับสัญญาณแบบ HDBaseT ศักยภาพเทียบเท่า HDMI แต่ส่งสัญญาณผ่านสาย LAN (CAT 5e/6) ซึ่งมีราคาถูก รองรับ 
สายได้ยาวถึง 100 ม. (ในขณะที่สาย HDMI แบบตัวนำทองแดงโดยทั่วไปจำกัดความยาวอย่างมากก็ 10-15 ม.)

ช่องรับสัญญาณภาพลำดับถัดมา คือ D-Sub (VGA) In/Out เผื่อว่าจำเป็นต้องใช้รับสัญญาณภาพจากคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าๆ และเชื่อมต่อภาพออกไปยังมอนิเตอร์ภายนอก สามารถรับสัญญาณได้ทั้ง PC (RGB) และ Component (YPbPr/YCbCr)

10/100 Ethernet (LAN) รองรับการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายเพื่อควบคุมโปรเจคเตอร์ผ่าน Web Control หรือแชร์วิดีโอ ภาพนิ่ง พรีเซนเทชั่น ร่วมกับคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟน ผ่าน Epson iProjection app

และยังมี USB 2.0 In รองรับไฟล์พรีเซนเทชั่น ภาพนิ่ง และวิดีโอ ที่บรรจุอยู่ใน Flash Drive หรือจะใช้เชื่อมต่ออุปกรณ์เสริม ELPAP10 Wireless LAN USB Adapter เพื่อเพิ่มความสามารถรับสัญญาณแบบไร้สาย

DC 12V Trigger และ RS232 
รองรับการใช้งานร่วมกับระบบ Home Automation ยุคใหม่ ทั้งของ Creston และ Control 4

นอกจากนี้ EB-L610W ยังติดตั้งลำโพงพร้อมภาคขยาย 10 วัตต์ (Mono) มาด้วย สามารถเชื่อมต่อสัญญาณเสียงจากภายนอกที่ช่อง 3.5mm Audio In หรือจะเชื่อมต่อสัญญาณเสียงออกไปยังชุดเครื่องเสียงภายนอกผ่านทาง 3.5mm Audio Out ก็ได้เช่นเดียวกัน

สามารถจัดระเบียบสายเชื่อมต่อ และติดตั้งฝาครอบด้านหลังเพื่อปิดบังให้ดูเรียบร้อยขึ้นได้

Extra

EB-L610W มีตัวเลือก Test Pattern ไว้ให้อ้างอิงในการติดตั้ง เพิ่มความสะดวกในการปรับตำแหน่งตั้งวางโปรเจคเตอร์ หรือปรับ Zoom และ Lens Shift ให้พอดีกับจอรับภาพ (จากรูปผมทำการปรับขนาดภาพของโปรเจคเตอร์ให้พอดีกับจอฉายอัตราส่วน 16:9 แต่เนื่องจากโปรเจคเตอร์เป็นอัตราส่วน 16:10 ภาพส่วนบนล่างเลยล้นหายไปนิดหน่อย)

โปรเจคเตอร์รุ่นนี้ยังนำฟีเจอร์ช่วยเหลือปรับแก้ปัญหาอัตราส่วนภาพจากการติดตั้งแบบเดียวกับรุ่น “โปร” มาด้วย เพิ่มศักยภาพให้ยืดหยุ่นรองรับปัญหาหน้างานหลากหลายสถานการณ์มากยิ่งขึ้น อาทิ การปรับแก้ภาพฉายจากปัญหามุมก้มเงยหรือเอียงหน้าโปรเจคเตอร์ด้วย H/V Keystone

กำหนด Quick Corner เพื่อแก้ไขอัตราส่วนภาพด้วยการกำหนดตำแหน่งของมุมภาพได้อย่างรวดเร็ว หรือแก้ไขปัญการฉายภาพลงบนพื้นผิวที่มีความโค้งด้วย Arc Correction ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้จะมีประโยชน์มากๆ เวลานำไปใช้แบบ Projection Mapping

นอกเหนือจากการ Optical Zoom ผ่านหน้าเลนส์โดยตรง EB-L610W ยังมาพร้อมฟีเจอร์ Scale ปรับย่อขยายภาพแบบดิจิตอลได้ จะยืดหดอัตราส่วนด้านกว้างด้านยาว หรือตัดขอบภาพบางส่วนออกก็ทำได้หมด

Split Screen สามารถแสดงภาพ 2 หน้าจอจาก 2 แหล่งโปรแกรมพร้อมกัน โดยในภาพเป็นตัวอย่างแสดงสัญญาณจาก HDMI In 1 และ HDMI In 2 กำหนดขนาดภาพและสลับตำแหน่งซ้าย-ขวา เลือกช่องสัญญาณเสียงที่จะรับฟังได้อิสระ

Schedule Settings สามารถตั้งเวลาเปิด-ปิดโปรเจคเตอร์ และเลือกคอนเทนต์ที่จะทำการฉายล่วงหน้าได้ละเอียดแบบวันต่อวัน

Picture

โครงสร้างของระบบสร้างภาพภายในรุ่น EB-L610W ก็ใช้หลักการอิงตาม Laser Projector ระดับสูงของ Epson ตั้งแต่เลือกใช้ Laser Diode Package ที่ปรับปรุงโครงสร้างการจัดเรียงแบบใหม่เพิ่มความสว่างได้ถึง 2.5 เท่า ในขณะที่ขนาดโดยรวมเล็กลง ซึ่งในรุ่นนี้ให้ความสว่างสูงถึง 6,000 ANSI Lumens! ผนวกการใช้สารประกอบแบบอนินทรีย์ (Inorganic) ในส่วนของล้อเรืองแสง (Phosphor Wheel) และ 3LCD Panel จึงให้ความทนทาน อายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า

EB-L610W ใช้พาเนลแบบ 3LCD ความละเอียด (Native Resolution) WXGA หรือ 1280 x 800 60Hz อัตราส่วน 16:10 แต่สามารถรับสัญญาณภาพความละเอียดสูงสุด 1080p 60Hz ไปจนถึง 720p ฯลฯ ได้

คุณภาพเลนส์ฉายของรุ่นนี้ไม่ธรรมดา ให้ความคมชัดดีตลอดทั่วทั้งจอ และบริเวณมุมหรือใกล้ขอบๆ จอ ก็ไม่พบปัญหาขอบม่วง หรือ CA (Chromatic Aberration) รบกวน ในส่วนของขนาดพิกเซลที่ความละเอียด 1280 x 800 อาจจะสังเกตเห็นได้ถ้าระยะรับชมใกล้เกินไป แต่ที่ระยะใช้งานปกติกับจอรับภาพทั่วไปที่มักจะนั่งห่างสัก 2.5 – 3 ม. จะไม่พบปัญหาใดๆ ครับ

EB-L610W ให้โหมดภาพสำเร็จรูปทั้งสิ้น 6 ตัวเลือก ซึ่งรวมโหมดภาพพิเศษเพิ่มความหลากหลายรองรับงานเฉพาะด้าน อย่าง DICOM SIM และ Multi Projection

ในแง่สมดุลสีโหมดภาพจากโรงงานถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีทุกโหมดครับ แต่โหมดภาพที่ให้สีสันได้เที่ยงตรงใกล้เคียง D65 มากที่สุด เหมาะสำหรับงานที่จริงจังเรื่องของความถูกต้องของสี แนะนำโหมดภาพ sRGBโดยอุณหภูมิสีเฉลี่ยวัดได้ที่ 6544K และมีค่าความผิดเพี้ยนของสี (dE) อยู่ที่ 4.0 จะนำไปใช้งานโดยไม่ปรับภาพเพิ่มเติมก็ยังได้ ในส่วนของขอบเขตสี (Color Space) ทำได้ครอบคลุมที่ 84.6% ของมาตรฐาน sRGB/Rec.709

Epson เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ดำเนินการไฟน์จูนปรับภาพ EB-L610W ได้ละเอียดไม่แพ้รุ่นท็อปๆ เลยครับ โดยสามารถปรับได้ทั้ง 2-point White Balance, Color Management System (CMS) และ Gamma ผลลัพธ์ที่ได้ก็แน่นอนว่าให้ความเที่ยงตรงดียิ่งขึ้น ความผิดเพี้ยนของสมดุลสีภายหลังปรับภาพ ลดต่ำลงมาเหลือเพียง 2.58

มีข้อสังเกตคือ โหมดภาพ sRGB (รวมถึง DICOM SIM และ Multi Projection) ขอบเขตสี (Color Space) จะถูกจูนมาให้แม็ตช์กับการแสดงผลตามมาตรฐาน sRGB/Rec.709 การรับชม SDR content หรือเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่อใช้งานกราฟิกทั่วไปที่เน้นความเที่ยงตรง จึงแนะนำโหมด sRGB ส่วนตัวเลือกโหมด Dynamic, Presentation หรือ Cinema ขอบเขตสีของ EB-L610Wจะปรับขยายกว้างสุดเท่าที่โปรเจคเตอร์เครื่องนี้ทำได้ (Native) ซึ่งขอบเขตบางจุดจะกว้างเลยออกไปจากมาตรฐาน sRGB/Rec.709

ผลก็คือ การรับชมด้วยโหมดภาพ Dynamic, Presentation, Cinema จะให้สีสันที่สดจัดกว่า ทั่วไปเมื่อใช้อ้างอิงรับชม SDR Content อาจจะดูสีโอเวอร์ไปจากความเป็นจริงอยู่บ้าง แต่ก็ขึ้นกับความชอบส่วนบุคคลถ้าถูกใจจะใช้งานก็ไม่ว่ากันครับ นอกจากนี้โหมดภาพ 3 ตัวเลือกนี้ จะให้ระดับความสว่างที่สูงกว่า sRGB ราว 10% (Cinema) – 40% (Dynamic) หากต้องการดึงศักยภาพของ EB-L610W ให้สว่างสู้แสงสุดๆ หรือนำไปรับชมคอนเทนต์ที่ระบบบันทึกภาพอิงสีสันแบบ Wide Color Gamut โหมดภาพ Dynamic, Presentation หรือ Cinema จะตอบสนองได้ดีกว่า sRGB ครับ

ทดลองรับชมภาพยนตร์ Antman ในฟอร์แม็ต 4K HDR Blu-ray Disc โดยให้ Oppo 203 ทำหน้าที่ downscale ความละเอียดภาพลงมาที่ 1080p SDR BT2020 โดยสลับการรับชม EB-L610W ร่วมกับโหมดภาพ Presentation และ Cinema พบว่าให้ผลลัพธ์ที่ดี ด้วยความสว่างที่สูงมาก จึงมีความเจิดจ้า บางช่วงของการทดสอบทดลองเปิดไฟในห้องไว้ ก็ยังได้ภาพที่เจิดจ้าชัดเจนดี อานิสงส์จากขอบเขตสีที่กว้างกว่าของ 2 โหมดนี้ ช่วยให้การรับชม 4K HDR Blu-ray (downscale to 1080p SDR BT2020) ได้สีสันที่ลึกเข้มและสว่างกว่าโหมดภาพ sRGB เล็กน้อย

ด้วยระดับความสว่างที่สูงมาก และรุ่นนี้ยังไม่มี Dynamic Iris เพื่อช่วยปิดบังแสงลอด การรับชมในห้องทดสอบที่คุมแสงรบกวนมืดสนิทจะพบว่า ระดับ Black Level ที่ทำได้ไม่ลึกเข้มมากนักเมื่อเทียบกับมาตรฐาน Home Theater Projector แต่จุดนี้แก้ไขได้ด้วยการเลือก Light Source Mode – Quiet (เสียงพัดลมเงียบลงด้วย) หรือ Extended เพื่อลดความสว่างให้แสงลอดต่ำลง หรือจะให้ดีใช้ จอรับภาพแบบ “เกนต่ำ” (Low Gain Screen) เนื้อจอเทาหรือดำยิ่งดี ไม่ต้องกังวลว่าภาพจะดิมลงจนเสียอรรถรสเมื่อใช้กับโปรเจคเตอร์รุ่นนี้ ระดับคอนทราสต์จะดีขึ้นจากระดับ Black Level ที่ลึกเข้มยิ่งขึ้นครับ

ในส่วนของการตอบสนองผ่าน HDMI Input Lag แต่ละโหมดภาพจะมีความแตกต่างเล็กน้อย อยู่ระหว่าง 49-50 ms จากการทดลองเล่นเกมที่ต้องการตอบสนองไวๆ อย่าง Street Fighter V (PS4 – 1080p 60Hz SDR) ก็ไม่พบว่าภาพหน่วงช้าจนกระทบกับการเล่นแต่ประการใด ภาพเคลื่อนไหวก็มีความต่อเนื่องดี

ภาพที่ได้จาก Laser Projector เครื่องนี้ ฉายบนจอรับภาพขนาดใหญ่สว่างสู้แสงได้ดีมาก แม้รับชมให้ห้องที่มีแสงสว่างรบกวนก็ดูเจิดจ้าไม่แพ้ทีวีเลย เป็นจุดเด่นที่เพิ่มอรรถรสความบันเทิงได้เป็นอย่างดี

Sound

เมื่อเป็น Multimedia Projector จึงติดตั้งลำโพง (Mono Full-range) พร้อมภาคขยาย 10 วัตต์ มาด้วย สามารถใช้งานรับชมความบันเทิงทั้งภาพและเสียงแบบลำลองได้เลยโดยไม่ต้องพึ่งชุดเครื่องเสียงแยก อ้างอิงในระยะรับฟังปกติซึ่งนั่งห่างจากตัวเครื่องราว 1 – 1.5 ม. ให้ระดับเสียงดังชัดเจนดี รายละเอียดโอเค ปริมาณเบสอาจไม่มากเหมือนชุดลำโพงคู่แบบสเตริโอที่เคยฟังในรุ่น EH-TW6700 แต่ก็เพียงพอสำหรับการรับชมและฟังรายการความบันเทิงต่างๆ

สรุป

Epson ตอกย้ำอีกครั้งว่าอนาคตแหล่งกำเนิดแสงของโปรเจคเตอร์ ไม่พ้น “Laser Light Source” จากศักยภาพที่ให้ระดับความสว่างได้สูง สู้แสงรบกวนได้ดีมาก ที่สำคัญคือเสถียรภาพและอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าหลอดไฟแบบเก่า ช่วยให้ผู้ใช้ประหยัดค่าบำรุงรักษาในระยะยาวได้เป็นอย่างดี ประสิทธิภาพที่สูงขึ้นยังส่งผลให้ Laser Projector มีขนาดที่เล็กลง แต่ยังคงคุณสมบัติเด่นๆ ไว้เช่นเคย อาจกล่าวได้ว่า EB-L610W คือ Professional Laser Projector ย่อส่วนสำหรับงานมัลติมีเดีย เหมาะสำหรับห้องประชุมจัดเลี้ยง ใช้นำเสนออย่างสร้างสรรค์ให้กับธุรกิจห้างร้าน พิพิธภัณฑ์ หรือจะนำไปสร้างสร้างความบันเทิงภายในบ้านก็ได้เช่นกัน

จุดเด่นของ Epson EB-L610W

– Laser Light Source 6,000 ANSI Lumen สว่างสู้แสงดีมากๆ แถมอายุการใช้งานยาวนาน 20,000 ชม.
– เทคโนโลยี 3LCD ไม่มี Rainbow Effect คุณภาพเลนส์ฉายดีภาพคมทั่วถึงทั้งจอ ไม่มี CA รบกวน
– โหมดภาพจากโรงงานให้สมดุลสีดีทุกโหมด เด่นสุดสำหรับรับชม SDR content คือ sRGB มีโหมดภาพพิเศษอย่าง DICOM SIM และ Multi Projection
– มี Lens Shift พร้อมฟีเจอร์พิเศษแบบรุ่นโปร เอื้อให้ติดตั้งได้ง่าย รองรับการฉายภาพหลากหลายสถานการณ์ พร้อมซอฟต์แวร์จัดการ
– นอกจากช่องต่อ HDMI และ D-Sub ยังมี HDBaseT รับสัญญาณภาพ Full HD ผ่านสาย LAN ราคาประหยัด เดินสายได้ไกล
– ติดตั้งลำโพง (Mono) และภาคขยาย 10 วัตต์ มาด้วย ใช้รับชมรายการบันเทิงต่างๆ แบบลำลองได้ทันที

จุดด้อยของ Epson EB-L610W

– ตัวเครื่องเล็กกว่า Laser Projector รุ่นอื่นที่ออกมาก่อนอย่างเห็นได้ชัด แต่หากเทียบกับ Multimedia Projector ในท้องตลาด ยังไม่ถือว่าเล็กที่สุด เหมาะที่จะติดตั้งถาวรมากกว่ายกเคลื่อนย้ายบ่อยๆ
– ความละเอียด WXGA ต้องทิ้งระยะรับชมห่างจากจอฉายสักหน่อย หรือถ้ารับชมใกล้ต้องลดขนาดจอรับภาพลง เพื่อป้องกันไม่ให้เห็นพิกเซล
– ไม่รองรับการแสดงผล 3D
– ไม่มี Frame Interpolation แต่การรับชมภาพเคลื่อนไหวต่างๆ มิได้รู้สึกว่าสะดุดไปกว่าต้นฉบับ หรือขาดความต่อเนื่อง

ขอขอบคุณบทความดีๆจาก lcdtvthailand

สนใจสั่งซื้อ projector Epson EB-L610W ได้ที่ร้าน ProjectorPRO ทุกสาขา ทางหน้าเว็บไซต์ https://projectorpro.in.th/projector/epson.html

Acer Back to School 2019 Promotion

ซื้อโปรเจคเตอร์ Acer วันนี้ รับ Cash Back สูงถึง 1000 บาท วันนี้ – 16 มิถุนายน 2562 ที่ร้านโปรเจคเตอร์โปร

เพียงแค่ซื้อโปรเจคเตอร์ Acer X1226H หรือ Acer H6810 ที่ร้าน ProjectorPRO ก็มีสิทธิ์ร่วมกิจกรรมรับ Cash Back คืนมูลค่า 1,000.-
โดยสามารถเข้าไปดูสินค้า เอเซอร์ โปรเจคเตอร์ ได้ที่ https://projectorpro.in.th/projector/acer.html

นอกจากนี้ทาง Acer Thailand ยังมีโปรโมชั่นรับ Cash Back จากสินค้าอื่นๆ ดังนี้

กติกาการร่วมสนุกกิจกรรม “Acer Back to School 2019”

เพียงซื้อสินค้า Acer หรือ Predator ตามรุ่นที่ระบุ* และลงทะเบียนสินค้าด้วยบัญชี Facebook ของตนเอง เพื่อรับ Cash back มูลค่าสูงสุด 2,000 บาท

สินค้ารุ่นที่ระบุ ได้แก่

Cash back 2,000 บาท
• SF514-52T-53PJ (NX.GU4ST.003)
• SF514-52T-57ZG (NX.GTMST.004)

Cash back 500 บาท
• AN515-42-R7EB (NH.Q3RST.001)
• AN515-52-51SH (NH.Q3LST.001)

Cash back 1,000 บาท
• A715-72G-53WE (NH.GXBST.003)
• PH517-51-79FZ (NH.Q3PST.001)
• AN515-52-5069 (NH.Q3XST.002)
• SP111-32N-P0N7 (NX.GRMST.007)
• TC-885-814G1T00MGi/T016 (DT.BAPST.016)
• TC-885-848G1T00MGi/T018 (DT.BAPST.018)
• C24-865-8258G1T23Mi/T001 (DQ.BBUST.001)
• C22-866-8254G1T21MGi/T001 (DQ.BBMST.001)
• ED322Q wmidx (VA) (UM.JE2ST.001)
• VG271 Pbmiipx (UM.HV1ST.P01)
• AH501 (VP.R0AST.001)
• H6810 (MR.JQK11.006)
• X1226H (MR.JPA11.006)
• VG240Y bmiix (IPS) (UM.QV0ST.001)

*หมายเหตุ เก็บใบกำกับภาษีและอีเมลยืนยันสิทธิ์ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการรับรางวัล

ข้อกำหนดและเงื่อนไขการรับรางวัล

  • สงวนสิทธิ์นี้สำหรับลูกค้าบุคคลที่ซื้อสินค้าตราเอเซอร์เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ ภายในราชอาณาจักรไทยผ่านตัวแทนจำหน่ายที่ถูกแต่งตั้งโดยเอเซอร์เท่านั้น และทางลูกค้าต้องทำการลงทะเบียนสินค้าด้วยบัญชี Facebook ของตนเอง ภายในระยะเวลากิจกรรม
  • ระยะเวลาการร่วมกิจกรรม ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 16 มิถุนายน 2562
  • ชื่อผู้โชคดีที่แสดงบนสำเนาบัตรประชาชนจะต้องเป็นชื่อเดียวกันกับชื่อที่ใช้ลงทะเบียนใน Acer Privilege และแบบฟอร์มการรับสิทธิ์
  • กรณีที่ให้บุคคลที่ 3 รับ cash back แทน กรุณาใช้ชื่อบุคคลที่ 3 ในการลงทะเบียน Acer Privilege และแบบฟอร์มการรับสิทธิ์
  • บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เฉพาะชาวไทยที่ถือบัตรประชาชนไทยและบัญชีธนาคารในประเทศไทยเท่านั้น
  • ผู้โชคดีต้องทำการยืนยันสิทธิ์ภายใน 5 วัน มิเช่นนั้นถือว่าสละสิทธิ์
  • ผู้โชคดีจะต้องตกลงยอมรับเงื่อนไข และข้อกำหนดว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทั้งหมดถูกต้อง โดยเอเซอร์จะไม่รับผิดชอบในทุกกรณี หากข้อมูลการลงทะเบียนไม่ครบถ้วนและถูกต้องสมบูรณ์
  • ผู้โชคดีจะต้องเก็บหลักฐานการซื้อสินค้า ใบกำกับภาษี และอีเมลยืนยันการลงทะเบียนเพื่อยืนยันสิทธิ์
  • หากไม่สามารถนำหลักฐานการซื้อสินค้า ใบกำกับภาษี และอีเมลยืนยันการลงทะเบียนมาแสดงหรือมีหลักฐานไม่ครบถ้วน ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขในการร่วมกิจกรรม
  • ผู้โชคดีจะได้รับเงินสดคืน ภายใน 20 วันทำการ หลังจากตรวจสอบเอกสารว่าถูกต้องครบถ้วนแล้ว
  • เมื่อผู้รับรางวัลเข้าร่วมสนุกกับกิจกรรม ทางบริษัทฯถือว่าผู้ได้รับรางวัลยินยอมให้มีการถ่ายทำเพื่อประชาสัมพันธ์แคมเปญในสื่อต่างๆ โดยภาพถ่ายของผู้ที่ได้รับรางวัลถือเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทฯ และสามารถนำไปใช้เผยแพร่เพื่อการประชาสัมพันธ์รายการของบริษัทฯได้โดยตลอดและจะไม่เรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าตอบแทนใดๆทั้งสิ้น
  • พนักงานและครอบครัวของบริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด บริษัทในเครือ รวมถึงบุคคลหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการจัดรายการในครั้งนี้ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมรายการ
  • คำตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นเด็ดขาดและสิ้นสุด

เอเซอร์ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยน หรือยกเลิกกิจกรรมที่ได้ประกาศบนเว็บไซต์ของเอเซอร์ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า โดยผู้ที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมนี้เข้าใจและตกลงที่จะปฏิบัติตามข้อกำหนด วิธีการ และข้อควรระวังที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว หากมีเหตุขัดข้องประการใด สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ www.facebook.com/AcerThailand หรือ อีเมล ath.contactus@acer.com และศูนย์บริการเอเซอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2153-9600 วันจันทร์-วันอาทิตย์ เวลาทำการ 8:30-18:00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์