คลังเก็บหมวดหมู่: review projector

Review Projector Viewsonic X10-4K

สวัสดีครับ กลับมาพบกับรีวิวโปรเจคเตอร์ดีๆกันทุกวันศุกร์ อีกเช่นเคยนะครับ เมื่อประมาณ อาทิตย์ที่แล้ว กระผมนาย Tofu ได้มีโอกาสเข้าไปลองสัมผัสกับ Smart LED Projector 4K UHD ตัวแรง พร้อมกับคุณตูน ถึงที่บริษัทวิวโซนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งโปรเจคเตอร์ที่ผมได้ไปสัมผัสนั้น มีชื่อรุ่นว่า Projector Viewsonic X10-4K UHD ครับ ซึ่งเจ้ารุ่นนี้มาพร้อมกับสเปคที่จัดหนักจัดเต็ม แบบไม่มีกั๊ก พร้อมฟังก์ชั่นสตรีมมิ่งอัจฉริยะ และมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android ที่มีความยืดหยุ่นในการใช้งานมากที่สุด บวกกับยังเสริมความแกร่งคุณภาพเสียงด้วย ลำโพงคู่ Harman Kardon มาให้ในตัวอีกด้วยครับ หลายคนๆตื่นเต้นแล้วใช่มั้ยครับ ว่ามันจะโหดส…ด รัสเซีย ไนจีเรีย ตุรกี ขนาดไหน งั้นอย่ารอช้า รีบเลื่อนไปอ่านกันต่อเลยดีกว่าครับ

Quick

Native Resolution: 3840×2160 4K-UHD
ค่าความสว่าง Brightness (LED Lumens): 2400 LED Lumens
อัตราความคมชัด (Contrast Ratio): 3000000:1
Display Colour: 1.07 Billion Colours
Light Source Type: LED
Light Source Life (Normal): up to 30000
Lamp Watt: RGBB LED
Lens: F=1.8, f=8.5mm
Projection Offset: 100%+/-5%
Throw Ratio: 0.8
Image Size: 30″ – 200″
Throw Distance: 0.5-3.5m (100″@1.77m)
Keystone: +/- 40° (Vertical)
Optical Zoom: Fixed
Audible Noise (Normal): 30dB
Audible Noise (Eco): 26dB
Local Storage: Total 16GB (12GB available storage)
Input Lag: TBD
Resolution Support: VGA(640 x 480) to 4K(3840 x 2160)

ขอขอบคุณทางร้าน ProjectorPRO ที่ส่งผมได้ไปลองเล่นเจ้า Viewsonic X10 4K UHD ตัวนี้มากๆด้วยนะครับ หน้าตากล่องก็จะมีสีขาวเรียบหรู มีรูปสินค้าอยู่ชัดเจน ส่วนด้านหลังกล่องก็จะมีสเปค รายละเอียดต่างๆบอกอยู่

เปิดกล่องมาก็จะพบอุปกรณ์ที่ถูกเก็บแยกไว้อย่างดี และ จุดเด่นอย่างนึงที่ผมชอบมากที่สุด นั่นก็คือ Viewsonic X10-4k ตัวนี้เค้าแถม Wifi Dongle มาให้พร้อมเลย ครับท่านผู้ชม ไม่ต้องซื้อเพิ่มแล้ว ฮ่าๆๆ

What’s in the Box

อุปกรณ์ที่แถมมาในกล่อง นอกเหนือจาก ตัวเครื่องโปรเจคเตอร์ Viewsonic X10-4K ก็จะมีจำพวกสาย Power Cord 1เส้น, สาย HDMI 1 เส้น, รีโมทคอนโทรล 1 อัน, คู่มือ Quick Start Guide 1 แผ่น, Wi-Fi Dongle,ถ่านแบตเตอรี่ ขนาด 3 A มาให้ 2 ก้อน, สาย USB-C Cable ความยาว 1 เมตร มาให้อีก 1 เส้นครับ

เปิดมาผ่างเลยก็จะเจอกับเจ้า Viewsonic X10-4K ผู้นี้…ผู้เดียว (ทำเสียงเหมือนทีวีแชมเปี้ยน) ขนาดกำลังพอดี ไม่เล็กจนเกินไป หรือไม่ใหญ่จนเทอะทะ ผมเลยให้คุณตูน เอามือมาวางเทียบขนาดตัวเครื่องดูครับ มีขนาด Dimention (ความกว้าง x ความยาว x ความสูง)เพียง 26.1 x 27.1 x 16.6 cm มีน้ำหนักเพียง 6.5 กก.

Design

โดยตัวเครื่อง Viewsonic X10-4K จะมีลักษณะเป็นทรง สี่เหลี่ยมโค้งมน สวยงามดีทีเดียว โดยตำแหน่งเลนส์ฉายภาพจะอยู่กึ่งกลางของตัวเครื่อง ช่วยให้การจัดวางตำแหน่งตัวเครื่องนั้นง่ายมาก ด้านหน้านอกจากเลนส์ฉายโปรเจ็คเตอร์จะมีเซนเซอร์ตรวจวัดระยะและ เซนเซอร์ Eye Protection สำหรับทำหน้าที่ปิด/เปิดหลอดโปรเจ็คเตอร์ทันที หากตรวจพบว่าวัตถุหรือคนอยู่ใกล้กับเลนส์มากเกินไป พร้อมทั้งกระจกปิดหน้าเลนส์คุณภาพสูง (High Quality Glass) เพื่อให้แน่ใจว่าคุณภาพของภาพออกมาได้เต็มประสิทธภาพ ไม่ถูกลดทอนลง และเพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานเครื่องได้รวดเร็วทันที ด้วยเซ็นเซอร์ IR & Auto Focus Camera ที่ฝังอยู่ข้างๆกับเลนส์ฉาย เพื่อเข้าใช้ตัวเครื่องได้อย่างสะดวก และแม่นยำ แถมยังโฟกัสให้อย่างอัตโนมัติ อีกด้วยครับ

Viewsonic X10-4K เป็นโปรเจคเตอร์ ที่มีดีไซน์สวยหรู ดูพรีเมี่ยมสุดๆ จนใครหลายๆคนที่ได้ลองจับ ได้สัมผัสก็อยากได้กันเลยทีเดียว โดยบอดี้ของตัวเครื่อง Viewsonic X10-4K ทั้ง 4 ด้าน นั้นเป็นแบบ Sleek metal (พื้นผิวโลหะมันวาว) และด้านหลังกับด้ามจับจะเป็น Elegant leather cover ที่ช่วยเพิ่มความพรีเมี่ยมให้กับตัวเครื่องได้อย่างลงตัว 

มาพูดถึงในด้านของระยะฉายของ Viewsonic X10-4K กันบ้างดีกว่าครับ ด้วยความที่ โปรเจคเตอร์รุ่นนี้ออกแบบเลนส์ฉายให้เป็น Short Throw ซึ่งมีข้อได้เปรียบกว่ามากกว่าโปรเจคเตอร์ที่ใช้เลนส์ทั่วไปๆ เพราะมีระยะฉายที่สั้นมากๆ ตั้งวางเครื่องเพียง 1.77 เมตรเท่านั้น ก็จะได้ภาพขนาดใหญ่ถึง 100” แล้ว ซึ้งถ้าเป็นโปรเจคเตอร์โดยทั่วไป การที่จะต้องการภาพขนาดใหญ่ถึง 100” เราต้องตั้งวางเครื่องห่างจากจอรับภาพ เกือบๆ 3-4 เมตรกว่าๆ เลยครับ

เขยิบลงมาบริเวณด้านใต้ของตัวเครื่องจะมี ขาตั้งแบบพับได้ที่สามารถปรับได้ 2 ระดับ

มาดูด้านซ้ายและด้านขวาของตัวเครื่องกัน ก็จะเจอกับช่องระบายความร้อนที่ออกแบบฝาครอบมาในสไตล์แบบตะแกรงเหล็ก (Mesh) แบ่งช่องออกเป็น สองส่วน โดยจะเห็นพัดลมขนาดใหญ่แบบ สามแกน ที่ช่วยให้การไหลเวียนของอากาศและการกระจายความร้อนได้ดีเยี่ยมกว่าแบบปกติทั่วไปๆ ส่วนที่สอง ก็จะเป็นลำโพง Harman Kardon ขนาด 8W Cube ข้างละ 1 ตัวครับ

Viewsonic X10-4K มาในรูปลักษณ์ที่สวยงาม ฉีกทุกกฎของรูปลักษณ์แบบเดิมๆและยังได้รับรางวัลการออกแบบดีไซน์จาก iF Design Award อีกด้วยครับ

ทางด้านปุ่มคอนโทรล บนตัวเครื่อง Viewsonic X10-4K นั่นจะมีปุ่มคอนโทรลเพียงปุ่มเดียวเท่านั้น อ่านไม่ผิดหรอกครับ มีเพียงปุ่มเดียวจริงๆ ซึ่งปุ่มคอนโทรลตัวนี้เอาไว้สำหรับ Power เปิด/ปิด, ตัวเครื่องหมุนเพื่อเพิ่มระดับความดังเบาของ Volume หรือจะใช่เป็นปุ่ม ตกลง ในหน้าของ Menu ก็สามารถทำได้ครับ

พลิกเครื่องมาด้านหลัง เราจะเห็นได้ว่ามีจุดยึดสกรู 3 จุด ที่สามารถตั้งวางเครื่อง เข้ากับขาแขวน (Projector Hanger)ไว้บนเพดานได้ครับ

มาดูทางด้านพอร์ตการเชื่อมต่อของเจ้า Viewsonic X10-4K นี้กันดีกว่า ว่าจะมีพอร์ตอะไรมาให้บ้าง หลังจากที่ลองเล่นดูก็ให้มาครบเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นพอร์ต HDMI 2.0 /HDCP 2.2 มาให้ถึง 2 พอร์ต (โดยเวอร์ชั่น 2.2 จะเพิ่มเติมควบรวมไปถึงอุปกรณ์ที่ใช้รับชมคอนเทนต์ Ultra HD (หรือต่ำกว่า) ผ่านรูปแบบการสตรีมมิ่งทางอินเทอร์เน็ตด้วย) พร้อมพอร์ต USB Type-A จำนวน 2 พอร์ตมีทั้งเวอร์ชั่น 2.0 (5V/1.5A Out) และ 3.0(5V/2A Out) ที่จะช่วยทำให้เราสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้โดยตรง อีกทั้งยังมีช่องต่อหูฟัง INPUT/OUTPUT ขนาด 3.5 มิลลิเมตรนอกจากนั้นก็ยังมีพอร์ต Usb Type-C ไว้สำหรับเชื่อมต่อกับจอแสดงผลภายนอก ซึ่งจะทำให้เพื่อนๆสามารถดูหนังผ่านทางหน้าจอ Smart phone หรือทำการ Screen Mirroring หน้าจอขึ้นไปได้ครับ นอกจากนั้นก็ยังมีพอร์ต Micro SD Socket รองรับ (SDXC up to 64GB-FAT 32/NTFS) และยังมี Wi-FI Dongle Socket ที่เอาไว้สำหรับต่อเข้ากับตัว Dongle ที่แถมมาให้ครับ, S/PDI, LAN (RJ45) 

เชื่อมต่อผ่านระบบไร้สาย รองรับ iPhone, iPad และ Android อีกหนึ่งความสามารถที่เป็นไฮไลท์ของ Viewsonic X10-4K นี้คือการสามารถฉายภาพแบบไร้สายผ่านทาง Wi-Fi ได้ครับ สำหรับการใช้งานเริ่มจากเสียบอุปกรณ์เสริม ตัวรับสัญญาณ Wifi เข้าทางช่อง USB จากนั้นเข้าที่ icon “Screen mirroring” **กรณี Smart Phone ใช้ระบบ iOS (iPhone, iPad) เครื่องก็จะมองหาโปรเจคเตอร์โดยอัตโนมัติโดยจะใช้ชื่อว่า “ViewSonic PJ-XXXX” ส่วนใครที่ใช้ระบบ Android ก็สามารถโหลดแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า Home (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)เสร็จแล้วเราก็แชร์ภาพขึ้นจอได้เลย โดยไม่ต้องเสียบสายแต่อย่างใด สะดวกมากๆ

นับว่าเป็นอะไรที่น่าประทับใจมากๆ ที่เราสามารถหิ้วเครื่องโปรเจคเตอร์ไปไหนมาไหนได้สะดวกสบาย เหมือนหิ้วกระติกน้ำแข็งเวลาไปเที่ยวต่างจังหวัดเลยครับ

รีโมทคอนโทรล ดีไซน์สวยงามพรีเมี่ยมสุดๆ สีของเจ้ารีโมทตัวนี้ก็มีสีเหมือนกันกับตัวเครื่องเลย ปุ่มฟังก์ชั่นลัด สัญลักษณ์ต่างๆ มีสีขาวมองเห็นชัดเจน หลังจากที่ได้สัมผัสรู้สึกว่า รีโมทคอนโมทนั้นขนาดกำลังดี จับถนัดมือ มาพร้อมปุ่นฟังก์ชั่นอย่างครบครัน อาทิปุ่ม Power, Source, Focus, Setting, Audio Mode, Bluetooth, วงล้อ Shuttle Wheel Left/ Right หมุนซ้าย/ขวา, OK, Return, Home, Volume Control

Feature

วิวโซนิคเพิ่มปัจจัยด้านความปลอดภัยของผู้ใช้งาน Viewsonic X10-4K โดยมีคุณสมบัติการปกป้องสายตา Eye Protecjtion ซึ่งเครื่องจะตัดไฟที่ส่งไปยังลำแสงฉายภาพโดยอัตโนมัติ หากตรวจพบว่าวัตถุหรือคนอยู่ใกล้กับเลนส์มากเกินไป โดยในส่วนนี้ สามารถปรับตั้งค่าได้ตั้ง 50ซม. ไปจนถึง 100ซม.

ฟังก์ชันการปรับตั้งค่า Auto Keystone ทำให้การรับภาพนั่นได้สัดส่วนการฉายที่สมบูรณ์ที่สุด เมื่อฉายภาพจากมุมที่ไม่ตรงกับจุดศูนย์กลางของฉาก ลดข้อจำกัดด้านพื้นที่ในการจัดวาง และระบบ Auto Focus ที่ช่วยให้ภาพนั่นมีความคมชัดเป๊ะให้อัตโนมัติ โดยที่เราไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องของการปรับโฟกัสให้เสียเวลา ซึ่งทั้ง 2 ระบบนี้จะถูกเปิดใช้งานอย่างทันที หลังจากที่เราเปิดเครื่องใช้งานแล้วครับ

Viewsonic X10-4K มาพร้อมกับการเชื่อมต่อลำโพง Bluetooth ที่ให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ Smart Phone, PC, Tablet แบบไร้สายสำหรับการฟังเพลงโดยที่ไม่ต้องเปิดภาพฉายได้ และในส่วนของวิธีการเชื่อมต่อ ก็สามารถกดปุ่ม Power และเลือกหัวข้อ Bluetooth หรือกด สัญลักษณ์ ที่รีโมทคอลโทรล ได้เลยครับ หากเชื่อมต่อสำเร็จ จะมีไฟ LED สีฟ้ากระพริบที่สัญลักษณ์ Bluetooth บนตัวเครื่องครับผม

Star your Engine!!

หลังจากที่เราเปิดเครื่องเข้าไปแล้ว เราก็จะพบกับหน้าตา home menu หลัก พร้อมการเชื่อมต่อ Wi-Fi ที่ผมได้ set up ไว้แล้วครับ ในส่วนของวิธีการเชื่อมต่อ Wi-Fi ของเจ้า Viewsonic X10-4K นั่น ผมจะทำไว้อีกบทความนึงนะครับ ^^

Viewsonic X10-4K มี Native Resolution อยู่ที่ 3840×2160 (4K-UHD) มีอัตราส่วนภาพ 16:9 (แต่ก็รองรับอัตรา 4:3 ด้วยนะ โดยจะปรับเปลี่ยนการแสดงผลโดยอัตโนมัติ) มีค่าความสว่าง 2400 LED Lumens ซึ่งถือว่ามีค่าความสว่างอยู่ในเกณฑ์ที่กำลังดีนะครับ เห็นตัวเลขน้อยๆ นี่ไม่ได้แปลว่าจะน้อยตาม เราต้องดูหน่วยวัดทางด้านหลังด้วยครับ และมีค่า Contrast Ratio ที่สูงมากก็คือ 3,000,000:1 จึงทำให้ภาพฉายที่ออกมานั้น ดูลึกและมีมิติที่สมจริง ดูเป็นธรรมชาติ มากๆ เลยครับ

**ภาพยกตัวอย่างโปรเจคเตอร์ หลอดฉาย 2200 ANSI Lumens กับ โปรเจคเตอร์ LED Projector 900 ANSI Lumens
โปรเจคเตอร์ LED 900 ANSI Lumen ลดลงจาก 1000 ANSI เป็น 900 ANSI เพื่อให้ตรงกับความสว่างโดยประมาณของโปรเจคเตอร์หลอดไฟ 2200 ANSI Lumen ในขณะที่ยังรักษาอัตราส่วนความสว่างเฉลี่ยที่รับรู้ค่าได้เท่ากับ 2.4 เท่าครับ

ด้วยคุณสมบัติ ที่รองรับระบบภาพ HDR 10 จึงทำให้สีของภาพมีความคมชัดมากยิ่งขึ้น โดยสังเกตุเห็นได้จากรายละเอียดความคมชัดในบริเวณที่มืดและสว่างกว่า และให้ขอบเขตการแสดงผลเฉดสี ได้มากถึง 1.07 Billion Colours

Viewsonic X10-4K นั้นมีเทคโนโลยีการแก้ไขเฟรมเลตของภาพ ซึ่งช่วยลดความเบลอของภาพเคลื่อนไหว และทำให้การแสดงอัตราเฟรมภาพเคลื่อนไหลนั้นมีความ สมูท นุ่มนวล ลื่นไหล มีความเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น

สามารถตั้งค่าโหมดของภาพ Viewsonic X10-4K ได้ทั้งหมด 4 ด้วยกันโดยมี โหมดสว่างสูงสุด (Brightest) : สำหรับการฉายภาพในสภาพแวดล้อมที่มีแสงจ้าและโปรเจคเตอร์ต้องทำงานในระดับความสว่างสูงสุด, โหมด TV ยกระดับความเข้มของสีเขียวของสนามแข่งราวกับนั่งเชียร์กีฬาอยู่ในสนามจริง, โหมดเกม: อุณหภูมิสีที่ยกระดับความคมชัดในการเล่นเกมโดยเฉพาะ, โหมดภาพยนตร์:ยกระดับสีสันของภาพยนตร์ มอบประสบการณ์การรับชมราวกับรับชมในโรงภาพยนตร์ เป็นโหมดที่ดีที่สุดสำหรับสภาพแวดล้อมที่มีแสงน้อย หรือ มืดสนิท, User 1/User2 เป็นโหมดที่เราสามารถที่จะตั้งค่าได้อิสระในแบบของเราเอง เช่น เพิ่มค่าความสว่าง(สีขาว) มากขึ้น หรือ เพิ่มค่า Contrast ฯลฯ ที่เหมือนกับการตั้งค่าในทีวีเลยครับ

ภาพจาก ภาพยนต์เรื่อง Iron Man 2 ที่ความละเอียด Full HD ครับ รายละเอียด ดีเทลต่างๆ ของภาพทำได้น่าทึ่งจริงๆ

จุดเด่นอีกหนึ่งจุดที่พลาดไม่ได้เลย มีลำโพง Harman Kardon คู่ขนาด 8W และให้เสียงที่กว้าง…กังวาล…มีมิติ… ดูหนังฟังเพลงสนุก เสียงดนตรีมีชีวิตชีวา เหมือนนั่งฟังเพลงแสดงสดอยู่หน้าเวที ซึ่งพลังเสียงนั้นดังเดินคาด ไม่คิดว่าลำโพงโปรเจคเตอร์ตัวแค่นี้ จะสร้างเสียงได้ทรงพลัง ขนาดนี้เลยครับ

สามารถปรับแต่งคุณภาพเสียงอีควอไรเซอร์ ได้ตามที่เราต้องการ ได้ในโหมดภาพ Movie และ User อีกด้วยนะจ๊ะ

อย่างที่บอกไปแล้วความพิเศษอีกอย่างนึงของ Viewsonic X10-4K รุ่นนี้ คือมีระบบปฏิบัติการ Android ติดตัวมาให้ด้วย ซึ่งให้ความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง มีแอพพลิเคชั่นที่เราคุ้นๆตา มาให้เลือกใช้มากมาย เช่น Netflix, Google Chrome ฯลฯ และสามารถที่จะเชื่อมต่อ Wi-FI เข้าอินเตอร์เน็ตได้เลยในตัว พร้อมทั้งโหลดแอพพลิชั่นของระบบ ปฎิบัติการ Android ต่างๆ ได้ด้วย

NETFLIX แอพพลิแคชั่น ดูภาพยนต์ ดูซีรีย์ ยอดฮิตของใครหลายๆคน ก็มีมาให้นะจ๊ะ

เราลองมารับชมภาพแบบภาพยนต์กันบ้างดีกว่าครับ ว่าจะแจ่มแมวแค่ไหน

ด้วยความที่แหล่งกำเนิดแสงของโปรเจคเตอร์ Viewsonic X10 รุ่นนี้ใช้เทคโนโลยีเป็นแบบ LED รุ่นล่าสุด ที่ปราศจากสารปรอท จึงทำให้มีอายุของหลอดฉายนานถึง 30,000 ชั่วโมง

หน้าต่างเมนูสำหรับการตั้งค่า Setting ต่างๆ ที่สามารถปรับได้หลากหลาย ทั้งการตั้งค่า Network Settings, Basic Settings, Firmware Upgrade, Advanced settings, information หรือแม้กระทั้งปรับตั้งค่า เวลา วันที่ 

สามารถปรับตั้งค่าได้หลากหลายมากๆเลยครับ เช่น การตั้งค่าของภาษา สามารถปรับตั้งค่าของภาษาได้ทั้งหมด 23 ภาษา อีกทั้งยังรองรับภาษาไทยด้วยนะครับ, การตั้งค่าการเปิด/ปิดระบบของ Auto Keystone และAuto Focus, ระบบ Auto Power OFF ที่เหมือนจะเป็นการปิดเครื่องให้อัตโนมัติ หากเราไม่ได้ใช้งานเครื่องนานถึง 20 นาที (สามารถตั้งค่าเวลาปิดเครื่องได้)

รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi 5GHz ได้ โดยต้องใช้อุปกรณ์เสริมเชื่อมต่อผ่านช่อง USB ที่ทาง Viewsonic X10-4K เค้าแถมมาให้ พร้อมกับดาวโหลดแอพพลิเคชั่นผ่านการสแกน QR CODE (สำหรับระบบ Andrioid) หรือ สำหรับใครที่ใช้ระบบ iOS ก็สามารถเปิดฟังก์ชั่นนี้ได้ด้วยการ สไลด์ด้านล่างขึ้น แล้วเลือกที่ icon “Screen Mirroring” และเชื่อมต่อกับ “ViewSonic PJ-XXXX”

การเชื่อมต่อกับ Smart Phone ผ่านทางสาย USB TYPE-C ซึ่งปกติแล้วหลายคนคงจะทราบดีว่าการต่อโปรเจคเตอร์ใช้งานกับเครื่อง Smart Phone บางครั้งก็ค่อนข้างมีปัญหา ภาพไม่ขึ้นบ้าง หาสัญญาณไม่เจอบ้าง ซึ่งจากที่ทดลองใช้ก็สามารถใช้งานได้ปกติดี ค้นหาสัญญาณได้รวดเร็ว ทดลองใช้ดูคลิปผ่านทาง Youtube ก็ไม่มีอาการภาพกระตุกหรือ ดีเลย์ของภาพ แต่อย่างใดมาให้เห็น

นอกจากจะใช้สำหรับเปิด Youtube แล้ว ฟังก์ชั่นนี้ยังสามารถที่จะสะท้อนภาพหน้าจอ Smart Phone ขึ้นไปอีกด้วยครับ สำหรับใครที่จะใช้ฟังก์ชั่นนี้ ทางที่ดีก็อย่าลืมปิดไลน์ ปิดเฟสให้เรียบร้อยนะครับ เกิดสาวๆทักมาในขณะที่ประชุมอยู่ล่ะก็ ฮากันยกใหญ่เลยทีเดียว เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่เตือน

สรุป

ข้อดี 
– ดีไซน์การออกแบบสวยงาม งานประกอบแน่นวัสดุดี แนวเรียบหรู
– มีน้ำหนักเพียง 6.5 กก. และมีหูหิ้ว ที่สามารถพกพาเคลื่อนย้าย ได้สะดวก
– สเปคสูงมาก ความละเอียดคมชัดระดับ 4K (3840×2160) ในราคาที่จับต้องได้
– รองรับการแสดงผลแบบ HDR10
– เป็นโปรเจคเตอร์ที่มีระบบปฏิบัติการ android ภายในตัว ที่ช่วยให้สตรีมมิ่งต่างๆ ทำได้อย่างง่ายดาย
– มีตัวช่วยเรื่องของภาพเคลื่อนไหว ทำให้การแสดงอัตราเฟรมภาพเคลื่อนไหลนั้นมีความ สมูท นุ่มนวล ลื่นไหล
– ระบบ Auto Focus และ Auto Keystone ที่ช่วยให้ภาพนั่นมีความคมชัด ให้อัตโนมัติ โดยที่เราไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องของการปรับมุมของภาพ และปรับโฟกัสให้เสียเวลา
– สามารถ Screen mirroring ส่งภาพจากมือถือ Smart Phone ขึ้นจอฉายได้เลยเพียงแค่โหลดแอพ 
– ลำโพง Harman Kardon คู่ ที่ให้เสียงที่ทรงพลัง 
– อายุหลอดภาพ LED รุ่นล่าสุด ที่มีความอึด ถึก ทน กว่า 30,000 ชั่วโมง

ข้อสังเกตุ
– รุ่นนี้ไม่สามารถ ซูมหรือขยายภาพฉายได้ แต่ว่ารุ่นนี้เป็นโปรเจคเตอร์แบบ short Throw ที่มีระยะฉายที่สั้น เลยไม่กังวลเรื่องของการซูมขยายภาพครับ
– ไม่มี 0% 24 เดือนครับ (หยอกๆ)

by TOFU

สนใจสั่งซื้อ Projector Viewsonic ได้ที่ https://projectorpro.in.th/projector/viewsonic.html

Review Projector Epson EB-L610W

ที่สุดของแหล่งกำเนิดแสงสำหรับโปรเจคเตอร์วันนี้ คงไม่มีอะไรดีไปกว่า Laser Diode จากศักยภาพที่ให้ทั้งความสว่างสูง และเสถียรภาพและคุณภาพแสงที่ดีกว่า ดังนี้ที่ผ่านมาเทคโนโลยีเลเซอร์จึงถูกนำมาใช้เฉพาะกับรุ่นโปรเฟสชันนัลราคาสูงเท่านั้น แต่บัดนี้ Epson นำเสนอ Laser Projector รุ่นใหม่ ที่ให้ความย่อมเยาลงทั้งขนาดและระดับราคา เพื่้อเปิดโอกาสให้ใช้งานในห้องประชุม เพิ่มความน่าสนใจให้กับธุรกิจห้างร้าน หรือแม้แต่สร้างความบันเทิงในบ้านพักอาศัย

Epson ถือเป็นหนึ่งในผู้นำที่นำเสนอ 3LCD Laser Projector หลากหลายรุ่นออกสู่ตลาด ปัจจุบันครอบคลุมไปถึงรุ่นที่ให้ความละเอียดภาพแบบ 4K Native ไปจนถึงรุ่นที่ให้ความสว่างสูงมากถึง 25,000 Lumens 

ศักยภาพของ Laser Projector สามารถพิสูจน์ได้จากงานแถลงข่าวเปิดตัวโปรเจคเตอร์รุ่นล่าสุดของ Epson ที่เพิ่งจัดไปสดๆ ร้อนๆ อย่างยิ่งใหญ่ในประเทศไทย โดยในภาพใช้ Professional Laser Projector ความสว่างสูงจำนวน 3 เครื่อง ฉายภาพลงบนฉากของเวทีความยาวกว่า 20 ม. ได้อย่างกลมกลืนแบบไร้รอยต่อ!!

สำหรับรุ่น EB-L610W ที่จะทำการรีวิวต่อไปนี้ ถือเป็นการย่อส่วน Professional Laser Projector ให้มีขนาดตัวเครื่องที่เล็กลง แน่นอนว่าระดับราคาก็ย่อมจะต่ำลงด้วย แต่ระดับความสว่างสู้แสงและฟีเจอร์ด้านการติดตั้งยังถือว่ายืดหยุ่นมากตามแบบฉบับ Epson Laser Projector รุ่นนี้จึงเหมาะสำหรับใช้งานในห้องประชุม นำไปประกอบพรีเซนเทชั่นสร้างสรรค์เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับสินค้าในร้าน หรือเสริมข้อมูลในพิพิธภัณฑ์ หรือจะนำมาสร้างความบันเทิงในบ้านพักอาศัยก็ได้

Design

หากเทียบขนาดกับ EB-L11000U Professional Laser Projector สำหรับงานจัดแสดงขนาดใหญ่ ที่เคยทดสอบไปก่อนหน้านี้ จะพบว่า EB-L610W เครื่องนี้มีขนาดที่เล็กและน้ำหนักน้อยกว่ามากๆ ต้องการพื้นที่ติดตั้งน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด และไม่ต้องกังวลเรื่องโครงสร้างการยึดแขวนมากเท่า ยังคงใช้ผิววัสดุสังเคราะห์สีขาวดูสะอาดตาตามแบบฉบับโปรเจคเตอร์ของ Epson สามารถเช็ดทำความสะอาดได้

ตำแหน่งเลนส์ฉายอยู่กึ่งกลางตัวเครื่องแบบสมมาตร ช่วยให้อ้างอิงตำแหน่งติดตั้งได้ง่าย

EB-L610W ติดตั้ง Lens Shift 2 แกน (Vertical & Horizontal) มาด้วย ถึงแม้เป็นแบบมือหมุนไม่ได้ควบคุมด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้าแบบรุ่นท็อปๆ แต่ก็เอื้อต่อการติดตั้งใช้งานได้อย่างยืดหยุ่นไม่แพ้กัน

กระบอก Zoom และ Focus ติดตั้งอยู่ที่เลนส์ฉาย ปรับโดยใช้มือหมุนเช่นเดียวกัน

ไฟแสดงสถานะการทำงานอยู่ที่ด้านบนตัวเครื่อง

แผงควบคุมและสวิตช์เพาเวอร์อยู่ทางด้านหลังตัวเครื่องเยื้องไปฝั่งขวา ด้านบนเป็นเซ็นเซอร์รับสัญญาณรีโมต IR

ด้านล่างติดตั้งขารองรับแบบปรับระดับได้ พร้อมจุดยึดสกรูเข้ากับขาแขวนเพดาน

รีโมตคอนโทรลสีขาวขนาดกะทัดรัดควบคุมการทำงานได้ครอบคลุม มี Key ลัดต่างๆ เพื่อช่วยในการเลือกใช้งาน และปรับค่าได้สะดวกมากขึ้น

จำนวนและความหลากหลายของช่องต่อรับสัญญาณภาพและเสียงไม่แพ้รุ่นท็อป ประกอบไปด้วย HDMI In2 ช่อง รับสัญญาณภาพความละเอียดสูงสุด 1080p 60Hz

ที่พิเศษไม่แพ้รุ่นโปรเฟสชันนัล คือ ติดตั้งช่องรับสัญญาณแบบ HDBaseT ศักยภาพเทียบเท่า HDMI แต่ส่งสัญญาณผ่านสาย LAN (CAT 5e/6) ซึ่งมีราคาถูก รองรับ 
สายได้ยาวถึง 100 ม. (ในขณะที่สาย HDMI แบบตัวนำทองแดงโดยทั่วไปจำกัดความยาวอย่างมากก็ 10-15 ม.)

ช่องรับสัญญาณภาพลำดับถัดมา คือ D-Sub (VGA) In/Out เผื่อว่าจำเป็นต้องใช้รับสัญญาณภาพจากคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าๆ และเชื่อมต่อภาพออกไปยังมอนิเตอร์ภายนอก สามารถรับสัญญาณได้ทั้ง PC (RGB) และ Component (YPbPr/YCbCr)

10/100 Ethernet (LAN) รองรับการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายเพื่อควบคุมโปรเจคเตอร์ผ่าน Web Control หรือแชร์วิดีโอ ภาพนิ่ง พรีเซนเทชั่น ร่วมกับคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟน ผ่าน Epson iProjection app

และยังมี USB 2.0 In รองรับไฟล์พรีเซนเทชั่น ภาพนิ่ง และวิดีโอ ที่บรรจุอยู่ใน Flash Drive หรือจะใช้เชื่อมต่ออุปกรณ์เสริม ELPAP10 Wireless LAN USB Adapter เพื่อเพิ่มความสามารถรับสัญญาณแบบไร้สาย

DC 12V Trigger และ RS232 
รองรับการใช้งานร่วมกับระบบ Home Automation ยุคใหม่ ทั้งของ Creston และ Control 4

นอกจากนี้ EB-L610W ยังติดตั้งลำโพงพร้อมภาคขยาย 10 วัตต์ (Mono) มาด้วย สามารถเชื่อมต่อสัญญาณเสียงจากภายนอกที่ช่อง 3.5mm Audio In หรือจะเชื่อมต่อสัญญาณเสียงออกไปยังชุดเครื่องเสียงภายนอกผ่านทาง 3.5mm Audio Out ก็ได้เช่นเดียวกัน

สามารถจัดระเบียบสายเชื่อมต่อ และติดตั้งฝาครอบด้านหลังเพื่อปิดบังให้ดูเรียบร้อยขึ้นได้

Extra

EB-L610W มีตัวเลือก Test Pattern ไว้ให้อ้างอิงในการติดตั้ง เพิ่มความสะดวกในการปรับตำแหน่งตั้งวางโปรเจคเตอร์ หรือปรับ Zoom และ Lens Shift ให้พอดีกับจอรับภาพ (จากรูปผมทำการปรับขนาดภาพของโปรเจคเตอร์ให้พอดีกับจอฉายอัตราส่วน 16:9 แต่เนื่องจากโปรเจคเตอร์เป็นอัตราส่วน 16:10 ภาพส่วนบนล่างเลยล้นหายไปนิดหน่อย)

โปรเจคเตอร์รุ่นนี้ยังนำฟีเจอร์ช่วยเหลือปรับแก้ปัญหาอัตราส่วนภาพจากการติดตั้งแบบเดียวกับรุ่น “โปร” มาด้วย เพิ่มศักยภาพให้ยืดหยุ่นรองรับปัญหาหน้างานหลากหลายสถานการณ์มากยิ่งขึ้น อาทิ การปรับแก้ภาพฉายจากปัญหามุมก้มเงยหรือเอียงหน้าโปรเจคเตอร์ด้วย H/V Keystone

กำหนด Quick Corner เพื่อแก้ไขอัตราส่วนภาพด้วยการกำหนดตำแหน่งของมุมภาพได้อย่างรวดเร็ว หรือแก้ไขปัญการฉายภาพลงบนพื้นผิวที่มีความโค้งด้วย Arc Correction ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้จะมีประโยชน์มากๆ เวลานำไปใช้แบบ Projection Mapping

นอกเหนือจากการ Optical Zoom ผ่านหน้าเลนส์โดยตรง EB-L610W ยังมาพร้อมฟีเจอร์ Scale ปรับย่อขยายภาพแบบดิจิตอลได้ จะยืดหดอัตราส่วนด้านกว้างด้านยาว หรือตัดขอบภาพบางส่วนออกก็ทำได้หมด

Split Screen สามารถแสดงภาพ 2 หน้าจอจาก 2 แหล่งโปรแกรมพร้อมกัน โดยในภาพเป็นตัวอย่างแสดงสัญญาณจาก HDMI In 1 และ HDMI In 2 กำหนดขนาดภาพและสลับตำแหน่งซ้าย-ขวา เลือกช่องสัญญาณเสียงที่จะรับฟังได้อิสระ

Schedule Settings สามารถตั้งเวลาเปิด-ปิดโปรเจคเตอร์ และเลือกคอนเทนต์ที่จะทำการฉายล่วงหน้าได้ละเอียดแบบวันต่อวัน

Picture

โครงสร้างของระบบสร้างภาพภายในรุ่น EB-L610W ก็ใช้หลักการอิงตาม Laser Projector ระดับสูงของ Epson ตั้งแต่เลือกใช้ Laser Diode Package ที่ปรับปรุงโครงสร้างการจัดเรียงแบบใหม่เพิ่มความสว่างได้ถึง 2.5 เท่า ในขณะที่ขนาดโดยรวมเล็กลง ซึ่งในรุ่นนี้ให้ความสว่างสูงถึง 6,000 ANSI Lumens! ผนวกการใช้สารประกอบแบบอนินทรีย์ (Inorganic) ในส่วนของล้อเรืองแสง (Phosphor Wheel) และ 3LCD Panel จึงให้ความทนทาน อายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า

EB-L610W ใช้พาเนลแบบ 3LCD ความละเอียด (Native Resolution) WXGA หรือ 1280 x 800 60Hz อัตราส่วน 16:10 แต่สามารถรับสัญญาณภาพความละเอียดสูงสุด 1080p 60Hz ไปจนถึง 720p ฯลฯ ได้

คุณภาพเลนส์ฉายของรุ่นนี้ไม่ธรรมดา ให้ความคมชัดดีตลอดทั่วทั้งจอ และบริเวณมุมหรือใกล้ขอบๆ จอ ก็ไม่พบปัญหาขอบม่วง หรือ CA (Chromatic Aberration) รบกวน ในส่วนของขนาดพิกเซลที่ความละเอียด 1280 x 800 อาจจะสังเกตเห็นได้ถ้าระยะรับชมใกล้เกินไป แต่ที่ระยะใช้งานปกติกับจอรับภาพทั่วไปที่มักจะนั่งห่างสัก 2.5 – 3 ม. จะไม่พบปัญหาใดๆ ครับ

EB-L610W ให้โหมดภาพสำเร็จรูปทั้งสิ้น 6 ตัวเลือก ซึ่งรวมโหมดภาพพิเศษเพิ่มความหลากหลายรองรับงานเฉพาะด้าน อย่าง DICOM SIM และ Multi Projection

ในแง่สมดุลสีโหมดภาพจากโรงงานถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีทุกโหมดครับ แต่โหมดภาพที่ให้สีสันได้เที่ยงตรงใกล้เคียง D65 มากที่สุด เหมาะสำหรับงานที่จริงจังเรื่องของความถูกต้องของสี แนะนำโหมดภาพ sRGBโดยอุณหภูมิสีเฉลี่ยวัดได้ที่ 6544K และมีค่าความผิดเพี้ยนของสี (dE) อยู่ที่ 4.0 จะนำไปใช้งานโดยไม่ปรับภาพเพิ่มเติมก็ยังได้ ในส่วนของขอบเขตสี (Color Space) ทำได้ครอบคลุมที่ 84.6% ของมาตรฐาน sRGB/Rec.709

Epson เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ดำเนินการไฟน์จูนปรับภาพ EB-L610W ได้ละเอียดไม่แพ้รุ่นท็อปๆ เลยครับ โดยสามารถปรับได้ทั้ง 2-point White Balance, Color Management System (CMS) และ Gamma ผลลัพธ์ที่ได้ก็แน่นอนว่าให้ความเที่ยงตรงดียิ่งขึ้น ความผิดเพี้ยนของสมดุลสีภายหลังปรับภาพ ลดต่ำลงมาเหลือเพียง 2.58

มีข้อสังเกตคือ โหมดภาพ sRGB (รวมถึง DICOM SIM และ Multi Projection) ขอบเขตสี (Color Space) จะถูกจูนมาให้แม็ตช์กับการแสดงผลตามมาตรฐาน sRGB/Rec.709 การรับชม SDR content หรือเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่อใช้งานกราฟิกทั่วไปที่เน้นความเที่ยงตรง จึงแนะนำโหมด sRGB ส่วนตัวเลือกโหมด Dynamic, Presentation หรือ Cinema ขอบเขตสีของ EB-L610Wจะปรับขยายกว้างสุดเท่าที่โปรเจคเตอร์เครื่องนี้ทำได้ (Native) ซึ่งขอบเขตบางจุดจะกว้างเลยออกไปจากมาตรฐาน sRGB/Rec.709

ผลก็คือ การรับชมด้วยโหมดภาพ Dynamic, Presentation, Cinema จะให้สีสันที่สดจัดกว่า ทั่วไปเมื่อใช้อ้างอิงรับชม SDR Content อาจจะดูสีโอเวอร์ไปจากความเป็นจริงอยู่บ้าง แต่ก็ขึ้นกับความชอบส่วนบุคคลถ้าถูกใจจะใช้งานก็ไม่ว่ากันครับ นอกจากนี้โหมดภาพ 3 ตัวเลือกนี้ จะให้ระดับความสว่างที่สูงกว่า sRGB ราว 10% (Cinema) – 40% (Dynamic) หากต้องการดึงศักยภาพของ EB-L610W ให้สว่างสู้แสงสุดๆ หรือนำไปรับชมคอนเทนต์ที่ระบบบันทึกภาพอิงสีสันแบบ Wide Color Gamut โหมดภาพ Dynamic, Presentation หรือ Cinema จะตอบสนองได้ดีกว่า sRGB ครับ

ทดลองรับชมภาพยนตร์ Antman ในฟอร์แม็ต 4K HDR Blu-ray Disc โดยให้ Oppo 203 ทำหน้าที่ downscale ความละเอียดภาพลงมาที่ 1080p SDR BT2020 โดยสลับการรับชม EB-L610W ร่วมกับโหมดภาพ Presentation และ Cinema พบว่าให้ผลลัพธ์ที่ดี ด้วยความสว่างที่สูงมาก จึงมีความเจิดจ้า บางช่วงของการทดสอบทดลองเปิดไฟในห้องไว้ ก็ยังได้ภาพที่เจิดจ้าชัดเจนดี อานิสงส์จากขอบเขตสีที่กว้างกว่าของ 2 โหมดนี้ ช่วยให้การรับชม 4K HDR Blu-ray (downscale to 1080p SDR BT2020) ได้สีสันที่ลึกเข้มและสว่างกว่าโหมดภาพ sRGB เล็กน้อย

ด้วยระดับความสว่างที่สูงมาก และรุ่นนี้ยังไม่มี Dynamic Iris เพื่อช่วยปิดบังแสงลอด การรับชมในห้องทดสอบที่คุมแสงรบกวนมืดสนิทจะพบว่า ระดับ Black Level ที่ทำได้ไม่ลึกเข้มมากนักเมื่อเทียบกับมาตรฐาน Home Theater Projector แต่จุดนี้แก้ไขได้ด้วยการเลือก Light Source Mode – Quiet (เสียงพัดลมเงียบลงด้วย) หรือ Extended เพื่อลดความสว่างให้แสงลอดต่ำลง หรือจะให้ดีใช้ จอรับภาพแบบ “เกนต่ำ” (Low Gain Screen) เนื้อจอเทาหรือดำยิ่งดี ไม่ต้องกังวลว่าภาพจะดิมลงจนเสียอรรถรสเมื่อใช้กับโปรเจคเตอร์รุ่นนี้ ระดับคอนทราสต์จะดีขึ้นจากระดับ Black Level ที่ลึกเข้มยิ่งขึ้นครับ

ในส่วนของการตอบสนองผ่าน HDMI Input Lag แต่ละโหมดภาพจะมีความแตกต่างเล็กน้อย อยู่ระหว่าง 49-50 ms จากการทดลองเล่นเกมที่ต้องการตอบสนองไวๆ อย่าง Street Fighter V (PS4 – 1080p 60Hz SDR) ก็ไม่พบว่าภาพหน่วงช้าจนกระทบกับการเล่นแต่ประการใด ภาพเคลื่อนไหวก็มีความต่อเนื่องดี

ภาพที่ได้จาก Laser Projector เครื่องนี้ ฉายบนจอรับภาพขนาดใหญ่สว่างสู้แสงได้ดีมาก แม้รับชมให้ห้องที่มีแสงสว่างรบกวนก็ดูเจิดจ้าไม่แพ้ทีวีเลย เป็นจุดเด่นที่เพิ่มอรรถรสความบันเทิงได้เป็นอย่างดี

Sound

เมื่อเป็น Multimedia Projector จึงติดตั้งลำโพง (Mono Full-range) พร้อมภาคขยาย 10 วัตต์ มาด้วย สามารถใช้งานรับชมความบันเทิงทั้งภาพและเสียงแบบลำลองได้เลยโดยไม่ต้องพึ่งชุดเครื่องเสียงแยก อ้างอิงในระยะรับฟังปกติซึ่งนั่งห่างจากตัวเครื่องราว 1 – 1.5 ม. ให้ระดับเสียงดังชัดเจนดี รายละเอียดโอเค ปริมาณเบสอาจไม่มากเหมือนชุดลำโพงคู่แบบสเตริโอที่เคยฟังในรุ่น EH-TW6700 แต่ก็เพียงพอสำหรับการรับชมและฟังรายการความบันเทิงต่างๆ

สรุป

Epson ตอกย้ำอีกครั้งว่าอนาคตแหล่งกำเนิดแสงของโปรเจคเตอร์ ไม่พ้น “Laser Light Source” จากศักยภาพที่ให้ระดับความสว่างได้สูง สู้แสงรบกวนได้ดีมาก ที่สำคัญคือเสถียรภาพและอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าหลอดไฟแบบเก่า ช่วยให้ผู้ใช้ประหยัดค่าบำรุงรักษาในระยะยาวได้เป็นอย่างดี ประสิทธิภาพที่สูงขึ้นยังส่งผลให้ Laser Projector มีขนาดที่เล็กลง แต่ยังคงคุณสมบัติเด่นๆ ไว้เช่นเคย อาจกล่าวได้ว่า EB-L610W คือ Professional Laser Projector ย่อส่วนสำหรับงานมัลติมีเดีย เหมาะสำหรับห้องประชุมจัดเลี้ยง ใช้นำเสนออย่างสร้างสรรค์ให้กับธุรกิจห้างร้าน พิพิธภัณฑ์ หรือจะนำไปสร้างสร้างความบันเทิงภายในบ้านก็ได้เช่นกัน

จุดเด่นของ Epson EB-L610W

– Laser Light Source 6,000 ANSI Lumen สว่างสู้แสงดีมากๆ แถมอายุการใช้งานยาวนาน 20,000 ชม.
– เทคโนโลยี 3LCD ไม่มี Rainbow Effect คุณภาพเลนส์ฉายดีภาพคมทั่วถึงทั้งจอ ไม่มี CA รบกวน
– โหมดภาพจากโรงงานให้สมดุลสีดีทุกโหมด เด่นสุดสำหรับรับชม SDR content คือ sRGB มีโหมดภาพพิเศษอย่าง DICOM SIM และ Multi Projection
– มี Lens Shift พร้อมฟีเจอร์พิเศษแบบรุ่นโปร เอื้อให้ติดตั้งได้ง่าย รองรับการฉายภาพหลากหลายสถานการณ์ พร้อมซอฟต์แวร์จัดการ
– นอกจากช่องต่อ HDMI และ D-Sub ยังมี HDBaseT รับสัญญาณภาพ Full HD ผ่านสาย LAN ราคาประหยัด เดินสายได้ไกล
– ติดตั้งลำโพง (Mono) และภาคขยาย 10 วัตต์ มาด้วย ใช้รับชมรายการบันเทิงต่างๆ แบบลำลองได้ทันที

จุดด้อยของ Epson EB-L610W

– ตัวเครื่องเล็กกว่า Laser Projector รุ่นอื่นที่ออกมาก่อนอย่างเห็นได้ชัด แต่หากเทียบกับ Multimedia Projector ในท้องตลาด ยังไม่ถือว่าเล็กที่สุด เหมาะที่จะติดตั้งถาวรมากกว่ายกเคลื่อนย้ายบ่อยๆ
– ความละเอียด WXGA ต้องทิ้งระยะรับชมห่างจากจอฉายสักหน่อย หรือถ้ารับชมใกล้ต้องลดขนาดจอรับภาพลง เพื่อป้องกันไม่ให้เห็นพิกเซล
– ไม่รองรับการแสดงผล 3D
– ไม่มี Frame Interpolation แต่การรับชมภาพเคลื่อนไหวต่างๆ มิได้รู้สึกว่าสะดุดไปกว่าต้นฉบับ หรือขาดความต่อเนื่อง

ขอขอบคุณบทความดีๆจาก lcdtvthailand

สนใจสั่งซื้อ projector Epson EB-L610W ได้ที่ร้าน ProjectorPRO ทุกสาขา ทางหน้าเว็บไซต์ https://projectorpro.in.th/projector/epson.html

Review Projector BenQ TH671ST

สวัสดีครับ วันนี้ก็กลับมาพบกับการรีวิวโปรจเคเตอร์ กันทุกวันศุกร์เหมือนเดิมนะครับ ฮั่นแน่ คอเกมคนไหนที่กำลังจะซื้อทีวีเอาไว้เล่นเกมล่ะก็ ช้าก่อนลูกพี่ ลองแวะมาดูรีวิวโปรเจคเตอร์ตัวนี้กันก่อน รับรองไม่ผิดหวังแน่นอนครับ วันนี้กระผมนาย Tofu อยู่กับโปรเจคเตอร์สายเกมเมอร์ที่ออกแบบมาเพื่อเล่นเกมโดยเฉพาะครับ เพราะมีค่า input Lag ที่น้อยมากๆ หรือมีการตอบสนองค่ารับส่งข้อมูลที่รวดเร็วมากกว่าตัวโปรเจคเตอร์แบบปกติทั่วไปๆ ครับอีกทั้งโปรเจคเตอร์ตัวนี้ยังเป็นแบบ Short Throw ด้วยครับ ระยะฉายสั้น ซึ่งช่วยลดข้อจำกัดด้านพื้นที่ติดตั้งไปได้เยอะทีเดียวครับ ตั้งวางเครื่องห่างจากจอฉายเพียงแค่ 1.5 เมตรเท่านั้น!! ได้ภาพใหญ่สะใจเต็มจอถึง 100” เลยครับ ซึ่งโปรเจคเตอร์ที่ผมจะมารีวิวในวันนี้ ก็คือ BenQ TH671st นั่นเองครับ

Quick Spec

ความละเอียด Resolution : 1920 x 1080 (Full HD)
ความสว่าง (Brightness) : 3,000 ANSI lumens
ค่า Contrast : 10,000:1
Aspect Ratio : 16:9 (5 aspect ratio selectable)
Projector Technology : DLP
Throw Ratio : 0.69 – 0.83 (100″ @ 1.5m)
Zoom Ratio : 1.2x
Display Size (Inch) : 60″- 120″ / 300″
Keystone : Vertical +/- 40 degrees
Lamp (Normal/Eco/SmartEco Mode) : 4,000/10,000/15,000 hours

เรามาแกะกล่อง BenQ Th671ST กันเลยครับ ตัวเครื่องจะถูกห่อหุ้มด้วยโฟมกันกระแทกมาอย่างดี

What’s in the Box

อุปกรณ์ที่มาในกล่องจะมี ตัวเครื่องโปรเจคเตอร์ BenQ Th671ST, Remote Control w/ Battery : x 1, Power Cord (by region) x 1 (1.8m), User Manual CD x 1 (27L), Quick Start Guide x 1 (18L), Warranty Card (by region) : Yes, VGA(D-sub 15pin) Cable x1 (1.5m), Lens cover : Yes, Battery AAA x2

Design

รูปทรงโดยรวมของตัวเครื่องโปรเจคเตอร์ BenQ Th671ST นั่นมีขนาดที่กระทัดรัด น้ำหนักเบามากๆเลยครับ มีลำโพงขนาด 5W ในตัว โดยมีขนาดความกว้าง x ยาว x สูง อยู่ที่ 29.6 x 22.4 x 12 ซม. และมีน้ำหนักเพียง 2.7 kg เท่านั้นครับ

หน้าเลนส์ฉายที่ใหญ่ มีฝาครอบปิดเลนส์มาให้ด้วย เพื่อป้องกันเลนส์ได้รับลอยขีดข่วน และมีช่องระบายความร้อนอยู่ทางด้านซ้ายของตัวเครื่อง ทำให้เวลาใช้งานถ้าวางไว้กลางโต๊ะจะไม่ทำให้คนที่นั่งด้านข้างๆของเครื่อง รู้สึกร้อนไปด้วย

เขยิบลงมาบริเวณด้านใต้ของตัวเครื่องจะมี ขาตั้งแบบเกลียวหมุนที่เอาไว้ปรับระดับการก้มเงยของตัวเครื่องโปรเจคเตอร์ ซึ่งข้อดีของ ขาตั้งแบบเกลียวหมุนก็คือ สามารถปรับระดับมุมองศาของภาพได้ละเอียดและแม่นยำ มากกว่าแบบ กดคลิ๊กขึ้นลงนั่นเอง

บริเวณด้านขาหลังอีกจุดนึงที่สามารถปรับองศาความสูง/เอียงของภาพได้เช่นกัน และก็ยังเป็นขาแบบเกลียวหมุนเช่นเดียวกับด้านหน้า

สำหรับเลนส์ฉายภาพนั้นจะเป็นเลนส์ซูมแบบ เมนนวล (Manual) ที่สามารถปรับการซูมขยายภาพได้ 1.2 เท่า มีวงแหวนอยู่สองวง อยู่เหนือบริเวณเลนส์ฉายภาพ วงแหวนสองอันด้านบนมีหน้าที่ปรับโฟกัสภาพเพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดของภาพฉาย

แผงควบคุม มีปุ่มเปิดปิดเครื่อง, เพิ่มลดเสียง, เข้าเมนู, ปรับการใช้งานต่างๆ, ช่องเตือนระบบจอภาพและอุณหภูมิของเครื่องจะอยู่ทางด้านบนของตัวโปรเจคเตอร์ทั้งหมด

ช่องระบายความร้อนของรุ่นนี้ จะอยู่บริเวณด้านหน้าของตัวเครื่อง ทำหน้าที่ ดูดลม เพื่อให้ลมผ่านเข้าไปเพื่อช่วยลดความร้อนของตัวเครื่องไม่ให้เครื่องร้อนจนเกินไป

ทางด้านใต้ของตัวเครื่องจะมีจุดยึดสกรู 3 จุดที่สามารถต่อเข้ากับขาแขวนโปรเจคเตอร์ hanger เอาไว้สำหรับแขวนไว้บนเพดานได้ครับ

และในส่วนของพอร์ทการเชื่อมต่อทั้งหมดของ BenQ TH671ST จะอยู่ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง โดยมีพอร์ตการเชื่อมต่ออย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น HDMI 2 พอร์ต ที่สามารถส่งสัญญาณได้ทั้งภาพและเสียงในเวลาเดียวกัน ต่อกับคอมพิวเตอร์ได้ 2 เครื่องพร้อมกัน และมี พอร์ตพิเศษคือพอร์ต HDMI 2 MHL , VGA IN 1 พอร์ต, VGA OUT 1 พอร์ต, RS-232, USB Type A มีไฟเลี้ยงในตัว สามารถใช้จ่ายไฟให้กับ Wifi Dongle เพื่อรองรับการเชื่อมต่อผ่าน Wifi ได้, Audio 3.5 IN และ Output อย่างละ 1 พอร์ต สามารถหาเครื่องเสียงจากภายนอกมาต่อเพิ่มได้ผ่านทางพอร์ตการเชื่อมต่อนี้, USB 2.0 Type B (Service) 1 พอร์ต สำหรับเอาไว้ใช้งานด้านงานซ่อม และยังมาสามารถเป็นช่องการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับตัว Dongle ได้ครับ

รีโมทคอนโทรล สำหรับควบคุมการสั่งการจากระยะไกล มีขนาดกระทัดรัด จับได้พอดีมือ

Feature

BENQ TH671ST มีค่า input Lag ที่น้อยมากๆ ทำให้มีการตอบสนองที่รวดเร็ว (16.67ms & Microsecond DMD ) เพื่อประสบการณ์การเล่นเกมที่ไหลลื่นเป็นพิเศษ ไม่ทำให้ภาพเคลื่อนไหวพร่ามัวหรือเกิดความล่าช้า

ด้วยความที่ โปรเจคเตอร์รุ่นนี้ ใช้เลนส์เป็นแบบ Short throw ซึ่งมีข้อได้เปรียบกว่ามากกว่าโปรเจคเตอร์ที่ใช้เลนส์ทั่วไปๆ เพราะมีระยะฉายที่สั้นมากๆ ตั้งวางเครื่องงเพียง 2.5 เมตรทั้นก็ได้ภาพขนาดใหญ่ถึง 100” แล้ว ซึ้งถ้าเป็นโปรเจคเตอร์โดยทั่วไป การที่จะต้องการภาพขนาดใหญ่ถึง 100” เราต้องตั้งวางเครื่องห่างจากจอรับภาพ เกือบๆ 3 เมตรกว่า เลยครับ 

เทคโนโลยี BenQ LumiExpert™ ที่สามารถตรวจจับสภาพแสงแวดล้อมโดยรอบ และปรับความสว่างภาพที่สมดุลเพื่อความสบายสายตาโดยอัตโนมัติ

ฟังก์ชันการปรับตั้งค่า Keystone ในแนวตั้ง ช่วยลดปัญหาสี่เหลี่ยมคางหมูที่มักจะเกิดขึ้นเมื่อฉายภาพจากมุมที่ไม่ตรงกับจุดศูนย์กลางของฉาก ลดข้อจำกัดด้านพื้นที่ในการจัดวาง

สามารถสตรีมวิดีโอจากอุปกรณ์ต่างๆ ได้โดยไม่ต้องใช้สายเคเบิล เพียงแค่ใช้ BenQ QCast Mirror HDMI ทำให้สามารถแชร์วิดีโอและรูปภาพจากโทรศัพท์มือถือไปยังหน้าโปรเจคเตอร์ของคุณได้อย่างง่ายดาย

Kensington Lock ที่เอาไว้สำหรับกันพวกขโมย หรือพวกมือดีหยิบฉวยเครื่องไป สามารถนำไปล่ามไว้กับโต๊ะหรือล็อคติดกับเพดานก็ดี เพื่อจะได้ไม่ถูก พวกมือดีหยิบเครื่องเราไป หรือโต๊ะในการตั้งวางมีขนาดเล็กเกินไป อาจจะมีคนมาปัดมันตกได้ พอร์ต Kensington Lock ก็จะช่วยดึงไว้ได้ไม่ให้กระแทกกับพื้น

BenQ TH671ST มีอายุหลอดฉายที่ยาวนานสูงสุดถึง 15,000 Hours (ในโหมด Lampsave), Normal Mode 4,000 hours, Economic Mode 10,000 hours, SmartEco Mode 10,000 hours

เทคโนโลยี SmartEco เป็นเทคโนโลยีชั้นนำของโลกที่พบได้ในเครื่องโปรเจคเตอร์ของ BENQ ทุกรุ่น! เป็นโหมดที่จะช่วยยืดอายุของหลอดฉายออกไปได้อีกหลายพันชั่วโมง ประหยัดพลังงานได้มากถึง 70% เมื่อเทียบกับโหมดปกติ และยังช่วยวิเคราะห์คอนเทนต์ต่างๆที่เราเปิดฉาย เพื่อกำหนดค่าความสว่างให้เหมาะสม เพื่อให้ได้สีและความคมชัดที่ดีที่สุด หรือบางครั้งเมื่อโปรเจคเตอร์ตรวจจับว่าไม่มีใช้งานเป็นเวลา 3 นาที ระบบ ECO Blank mode จะเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติ เพื่อลดการประหยัดพลังงาน และจะปิดเครื่องในอัตโนมัติทันทีหากไม่มีการใช้งานเป็นเวลา 16-20 นาที

Picture

สีสันตามมาตราฐาน Rec.709 ทำให้สีสันของภาพ ออกมาสวยเหมือนจริงมากๆเลยครับ เมี๊ยวๆ
BenQ TH671ST มี Native Resolution อยู่ที่ 1920 x 1080 Full HD (1080p) มีอัตราส่วนภาพเป็น 16:9 มีค่าความสว่าง 3000 Ansi Lumens และมีค่า Contrast 10,000 สามารถแสดงได้อย่างชัดเจน แม้จะมีแสงรบกวนภายในห้องมาก

ภาพจากมิวสิควิดีโอเพลง FANCY ของวง TWICE จากเว็บไซต์ Youtube ที่ความละเอียด 1080P ฉายลงบนจอโปรเจคเตอร์ iScreen Fixed Frame ขนาด 100” สะท้อนภาพได้ชัดเป๊ะ 100% เหมือนเดิมเลยครับ

สีสันสดใส ภาพฉายคมชัดจัดเต็ม เหมาะแก่การใช้ดูหนังภายในบ้านเป็นอย่างดีเลยครับ

เห็นทาง BenQ เค้าเคลมมาว่าโปรเจคเตอร์ตัวนี้มีค่า input lag แค่ 16.67ms ผมก็ไม่รอช้า รีบไปคว้า PS4 คู่ใจมาต่อลองเล่นซะเลย

ฮั่นแน่ ชอบเล่นเกมหรือเปล่า!! การตอบสนองทำได้รวดเร็วและลื่นไหลมากๆครับ กดปุ๊ป มาปั๊บ ไม่มีอาการดีเลย์มาให้เห็น

ยิ่งเกมไฟต์ติ้งที่ต้องการความเร็วในการตอบสนองเพียงเสี้ยววิ ก็ส่งผลกับผลแพ้ขนะได้เลยนะจ๊ะ

ซึ่งแอดได้ลองไปหาคำตอบจากหลายๆสำนักในเรื่องของค่า Input Lag ได้ความว่าไอค่านี้ยิ่งน้อยก็จะยิ่งดีครับ คือ กดปุ๊ปมาป๊ป ดั่งคำพูดที่ว่า “วรยุทธ์ใด ในใต้หล้า ตัดสินผลแพ้ชนะ วัดที่ความเร็ว” อะไรประมาณนั้น ยิ่งถ้าเราต้องการโปรเจคเตอร์มาเพื่อเล่นเกมแล้วล่ะก็ควรจะให้ความสำคัญสำหรับค่า Input lag ด้วยนะครับ 

เบจิต้า ถูกใจสิ่งนี้

BenQ Th671ST มีลำโพงขนาด 5W ภายในตัวเสียงดังกระหึ่มดีทีเดียวครับ สามารปรับระดับควบคุมความดังเบาของเสียงได้โดยการกดปุ่ม +/- 
ได้ทั้งด้านบนของเครื่องโปรเจคเตอร์และ รีโมทควบคุมระยะไกลที่แถมมาให้ครับ

สรุป

โปรเจคเตอร์ BenQ TH671ST นั่นถือว่าเป็นโปรเจคเตอร์ที่ตอบโจทย์สำหรับคอเกมและคอหนัง ได้อย่างครับครันเลยครับ มีความละเอียดของภาพอยู่ในระดับที่ดีเยี่ยม Full HD 1080P ภาพสวยคมชัดจัดเต็มแม้ในที่ ที่มีแสงรบกวน มีระยะฉายที่สั้น ทำให้ประหยัดพื้นที่ในการฉาย มาพร้อมกับค่า Input Lag 16.67 ms ซึ่งเป็นค่าที่น้อยมาก ทำให้การบังคับ ควบคุม มีความรวดเร็ว ลื่นไหล กดปุ๊ปมาปั๊ป ไม่มีดีเลย์ นอกจากนี้ยังมีลำโพงขนาด 5 Watts ภายในตัวอีกด้วยครับ เรียกได้ว่า นี่คือโปรเจคเตอร์ที่เกิดมาเพื่อคนรักการเล่นเกมและดูหนังอย่างแท้จริงครับ

by TOFU

สนใจสั่งซื้อ Projector BenQ TH671st ได้ที่ https://projectorpro.in.th/projector/benq.html

Review Projector Viewsonic PX700HD

สวัสดีครับ กลับมาพบกับรีวิวโปรเจคเตอร์ดีๆกันทุกวันศุกร์ อีกเช่นเคยนะครับ วันนี้กระผมนาย Tofu มาพร้อมกับ Home cinema Projector Full HD ที่กระแสมาแรงที่สุด ณ ชั่วโมงนี้ ซึ่งลูกค้าหลายๆท่านต่างให้ความสนใจ แวะเข้ามาถามหาที่หน้าร้าน และ inbox หลังไมค์มาถามที่เพจเป็นจำนวนมากครับ โดยโปรเจคเตอร์ที่ผมจะนำมารีวิวให้กับทุกท่านได้อ่านกัน ก็นับว่าเป็น อีกหนึ่งรุ่นที่กำลังเป็นกระแสอยู่ ณ ขณะนี้อย่าง Viewsonic รุ่น PX700 HD ครับ

Quick Spec

Resolution : 1920 x 1080 (Full HD)
Brightness(ANSI lumens) : 3500 ANSI Lumens
Contrast : 12000:1
Aspect Ratio : 16:9
Display Color : 1.07 Billion
Lens : F=2.0~2.05, f=15.843mm~17.445mm
Throw Ratio : 1.5~1.65
Display Size (Inch) : 30 – 300″
Throw Distance : 1m~10.96m (100″@3.32m)
Keystone : Vertical (± 40º)

ขอขอบคุณร้าน ProjectorPRO ที่ส่งเจ้า Viewsonic PX700HD มาให้กระผมได้ลองเล่นมากๆนะครับ

เปิดกล่องออกมาเราก็จะเจอกับ ตัวเครื่องที่ห่อหุ้มด้วยโฟมกันกระแทกอย่างดีครับ

What’s in the Box

อุปกรณ์ที่มาในกล่องจะมี ตัวเครื่องโปรเจคเตอร์ Viewsonic PX700HD, Quick Start Guide, Power Cord x 1, VGA cable x 1, Remote Control x 1

Design

เมื่อแกะกล่องออกมาแล้วนั้นเราก็จะได้ตัวเครื่อง Viewsonic PX700HD พระเอกของงานนี้มาให้ใช้งานกันครับ โดยตัวเครื่องของรุ่นนี้ จะมีบอดี้ลักษณะคล้ายกับ โปรเจคเตอร์รุ่นพี่อย่าง PX747-4K และ PX727-4K มีขนาด Dimention ความกว้าง 33.2 cm ยาว 26.1 cm ความสูง อยู่ที่ 13.5 cm. และมีน้ำหนัก 3.6 กิโลกรัมเท่านั้นครับ 

ด้านหน้าของตัวเครื่องมีการออกแบบให้เลนส์ฉายอยู่ทางขวาของตัวเครื่องถ้ามองมาจากด้านหน้า และมีช่องระบายความร้อนอยู่ทางด้านหน้าของตัวเครื่องแทนการอยู่ด้านข้างของตัวเครื่อง ทำให้เวลาใช้งานถ้าวางไว้กลางโต๊ะจะไม่ทำให้คนที่นั่งด้านข้างๆของเครื่อง รู้สึกร้อนไปด้วย

เขยิบลงมาบริเวณด้านใต้ของตัวเครื่องจะมี ขาตั้งแบบเกลียวหมุนที่เอาไว้ปรับระดับการก้มเงยของตัวเครื่องโปรเจคเตอร์ ซึ่งข้อดีของขาตั้งแบบเกลียวหมุนก็คือ สามารถปรับระดับมุมองศาของภาพได้ละเอียดและแม่นยำ มากกว่าแบบ กดคลิ๊กขึ้นลงนั่นเอง

บริเวณด้านขาหลังก็เป็นขาแบบเกลียวหมุนเช่นกัน

ด้านบนของตัวเครื่องโปรเจคเตอร์จะมี แผงควบคุมการทำงานของตัวเครื่อง ปุ่มเปิดปิดเครื่อง, เพิ่มเสียงลดเสียง, เมนูการตั้งค่าต่างๆ, Source ช่องเตือนระบบจอภาพ และ อุณหภูมิของตัวเครื่อง รวมไปถึงการปรับตั้งค่า Key Stone ที่สามารถปรับได้ที่แผงควบคุมตรงนี้ได้เลยครับ

สำหรับเลนส์ฉายภาพนั้นจะเป็นเลนส์ซูมแบบ เมนนวล (Manual) ที่สามารถปรับซูมขยายภาพได้ 1.1 เท่า มีวงแหวนอยู่สองวง อยู่เหนือบริเวณเลนส์ฉายภาพ วงแหวนสองอันด้านบนมีหน้าที่ปรับโฟกัสภาพเพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดกับปรับซูมขยายภาพครับ

ช่องระบายความร้อนของรุ่นนี้ จะอยู่บริเวณด้านของตัวเครื่องทั้ง 2 ฝั่ง ทำหน้าที่ ดูดลม เพื่อให้ลมผ่านเข้าไปเพื่อช่วยลดความร้อนของตัวเครื่องไม่ให้เครื่องร้อนจนเกินไป

พลิกเครื่องมาด้านหลัง เราจะเห็นได้ว่ามีจุดยึดสกรู 3 จุด ที่สามารถตั้งวางเครื่อง เข้ากับขาแขวน (Projector Hanger)ไว้บนเพดานได้ครับ

ในส่วนของพอร์ทการเชื่อมต่อทั้งหมดของ Viewsonic PX700HD จะอยู่ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง โดยมีพอร์ตการเชื่อมต่ออย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น HDMI 2 พอร์ต ที่สามารถส่งสัญญาณได้ทั้งภาพและเสียงในเวลาเดียวกัน ต่อกับคอมพิวเตอร์ได้ 2 เครื่องพร้อมกัน, VGA 1 พอร์ต, USB 5V/1.5A Out 1 พอร์ต มีไฟเลี้ยงในตัว สามารถใช้จ่ายไฟให้กับ Wifi Dongle เพื่อรองรับการเชื่อมต่อผ่าน Wifi ได้) , USB 2.0 Type B 1 พอร์ต, Audio 3.5 IN และ Output อย่างละ 1 พอร์ต สามารถหาเครื่องเสียงจากภายนอกมาต่อเพิ่มได้ผ่านทางพอร์ตการเชื่อมต่อนี้

รีโมทควบคุมระยะไกลที่มาพร้อมกับโปรเจคเตอร์ Viewsonic PX700HD ขนาดพอเหมาะ จับได้พอดีมือ สามารถกำหนดให้ควบคุมโปรเจคเตอร์ได้ถึง 8 เครื่องพร้อมกันเพื่อการกำหนดตั้งค่าการใช้งานของตัวเครื่องโปรเจคเตอร์ ได้ทันท่วงที สะดวกสบาย โดยที่ไม่ต้องไปนั่งปรับทีละเครื่องๆ

Feature

สีสันแม่นยำน่าทึ่ง เทคโนโลยี SuperColor™Technology ลิขสิทธิ์เฉพาะของวิวโซนิค ช่วยแสดงผลภาพที่ครอบคลุมช่วงสีที่กว้าง มั่นใจได้ในคุณภาพสีสดใสสมจริงทั้งในสภาพแวดล้อมที่สว่างและมืดโดยไม่ทำให้คุณภาพของภาพลดลง

Viewsonic PX700HD สามารถฉายภาพ 3 มิติโดยตรงจากเครื่องเล่น 3D บลู-เลย์ และ อุปกรณ์ที่รองรับ HDMI อาทิ แลปทอป (Laptop) แทบเลต (Teblet) และมีเดียเพลเยอร์ (Media Player) ต่างๆ ผ่านทางพอร์ตการเชื่อมต่อ HDMI ที่บริเวณด้านหลังเครื่อง

การอินพุทที่รวดเร็วระดับ x 3 ช่วยให้สามารถควบคุมสั่งการขณะเล่นเกมได้อย่างทันท่วงทีบนหน้าจอ มอบขีดความสามารถในการแข่งขันที่เหนือชั้น มอบอีกระดับของประสบการณ์การเล่นเกม

เปิดใช้งานโปรเจคเตอร์ได้ทันทีอย่างง่ายดาย ด้วย Auto Power On เพียงเสียบสายพาวเวอร์หรือผ่านทาง HDMI CED โปรเจคเตอร์จะเปิดทำงานโดยอัตโนมัติ Signal Power On เพียงเสียบสายพาวเวอร์หรือผ่านทาง HDMI CED โปรเจคเตอร์จะเปิดทำงานโดยอัตโนมัติ

การลืมปิดโปรเจคเตอร์เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ทั่วไป โดยเฉพาะการใช้โปคเจคเตอร์ในที่สาธารณะ เช่น ห้องเรียน และห้องประชุม ฟังก์ชั่นตั้งเวลาปิดเครื่องช่วยให้คุณสามารถเลือกช่วงเวลาที่ไม่มีการใช้งานของเครื่องและสั่งให้เครื่องปิดการทำงานโดยอัตโนมัติ และ เมื่อโปรเจคเตอร์ตรวจไม่พบสัญาณภาพในระยะนึงตัวเครื่องก็จะเข้าสู่โหมดปิดการทำงานโดยอัตโนมัติเพื่อประหยัดพลังงานและยืดอายุการใช้งานของหลอดไฟ

ยืดอายุการใช้งานของเครื่อง เมื่อตั้งเปิดค่าประหยัดพลังงานและไม่มีสัญญาณเข้าเครื่อง โปรเจคเตอร์จะสลับเข้าสู่โหมด Eco Mode และ SuperEco Mode โดยอัตโนมัติ
– โหมด Eco โปรเจคเตอร์จะสลับจากโหมด Normal ไปสู่ โหมด Eco เมื่อไม่มีการใช้งานเครื่องเป็นเวลา 5 นาที
– โหมด SuperEco: เมื่อโปรเจคเตอร์ไม่ได้รับสัญญาณเข้าเป็นเวลา 20 นาที ภาพที่แสดงบนหน้าจอจะหรี่ลง 30% ช่วยยืดอายุหลอดไฟได้ยาวนานถึง 15,000 ชั่วโมง โดยเฉลี่ย มั่นใจได้ในการใช้งานเครื่องได้ยาวนาน
เมื่อตรวจไม่พบสัญญาณ โปรเจคเตอร์จะเข้าสู่โหมดปิดการทำงานโดยอัตโนมัติเพื่อประหยัดพลังงานและยืดอายุการใช้งานของหลอดไฟ

Picture

Viewsonic PX700HD มี Native Resolution อยู่ที่ 1920 x 1080 Full HD (1080p) มีอัตราส่วนภาพเป็น 16:9 มีค่าความสว่าง 3500 Ansi Lumens และมีค่า Contrast 12,000:1 ที่สูง ทำให้สามารถฉายภาพในสภาพแวดล้อมที่มีแสงสว่างรบกวนได้สบายๆ และยังให้ภาพฉาย มีสีสันของภาพได้สมจริง มีชีวิตชีวา แม่นยำมากๆเลยครับ

ภาพจากตัวอย่างหนังเรื่อง Toy Story 4 จาก Youtube ความละเอียด 1080p ที่กำลังจะเข้าฉายเดือน มิถุนายน ปีนี้จ้า ฉายลงบน จอโปรเจคเตอร์iScreen Fixed Frame ขนาด 100”

Buzz lightyear สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น

ด้วยค่า Colour Contrast และ ค่าความสว่างที่สูง จะเห็นได้ว่าภาพฉายมีสีสันจัดจ้าน สวยงาม สมจริง มีชีวิตชีวา ได้สุดติ่ง มากๆครับ ฟินส์สุดๆไปเลยจ้า

ภาพที่ถ่ายออกมาอาจจะดร็อปลงสักเล็กน้อยนะครับ แต่นี่ ขนาดดร็อปลงแล้ว ยังสวย ได้ซะขนาดนี้

ส่วนอันนี้เป็นภาพจากตัวอย่างหนังเรื่อง FAST & FURIOUS: HOBBS & SHAW จาก Youtube ความละเอียด 1080P เหมือนเดิมครับ

เรามาดูภาพในโทนเข้มกันบ้างครับลองสังเกตุที่ใบหน้าและชุดของทั้ง 2 คนสิครับ รายละเอียดของภาพนั้นออกมาได้ครบ และคมกริบ มากๆครับ อีกทั้งเครื่อง Viewsonic PX700HD รุ่นนี้ยังมีลำโพงในตัวอีกด้วยครับ เสียงดังกระหึ่มในระดับที่ใช้งานได้แทนลำโพงที่ต่อแยกภายนอก ได้สบายๆเลยครับ

โหมดสี 5 โหมดของ Viewsonic PX700HD โหมดสว่างสูงสุด: สำหรับการฉายภาพในสภาพแวดล้อมที่มีแสงจ้าและโปรเจคเตอร์ต้องทำงานในระดับความสว่างสูงสุด, โหมดกีฬา: ยกระดับความเข้มของสีเขียวของสนามแข่งราวกับนั่งเชียร์กีฬาอยู่ในสนามจริง, โหมดมาตรฐาน: มอบสีสันคมชัดระดับเดียวกับที่ปรากฏบนพีซี (PC) หรือโน้ตบุ๊ค (Notebook), โหมดเกม: อุณหภูมิสีที่ยกระดับความคมชัดในการเล่นเกม, โหมดภาพยนตร์:ยกระดับสีสันของภาพยนตร์ มอบประสบการณ์การรับชมราวกับรับชมในโรงภาพยนตร์ ให้ภาพคมชัดของฉากที่มืดแม้ในสถานที่รับชมที่มีแสงจ้า

สรุป

ก่อนจะจบการรีวิวนี้ไป ผมขอฝาก Viewsonic PX700HD ไว้ให้สำหรับคนที่กำลังมองหาโปรเจคเตอร์ ที่ต้องการเอาไว้ดูหนัง สร้างความบันเทิงภายในบ้าน ซึ่งเจ้า Viewsonic PX700HD ตัวนี้ถือว่าเป็นโปรเจคเตอร์ ที่รองรับการใช้งานได้ครบเครื่องทั้งในเรื่องของความละเอียดที่คมชัดระดับ (1920 x 1080) Full HD 1080p และมีค่าความสว่างที่มากถึง 3500 Ansi Lumens จึงทำให้ภาพที่ฉายออกมานั้นสวย คม สีสันจัดจ้าน ดูเป็นธรรมชาติ อีกทั้งราคาของ Viewsonic PX700HD ตัวนี้อยู่ที่ ( อ้างอิง ณ ราคาปัจจุบัน 19,900.- บาท) ซึ่งเป็นตัวที่มาแรง และน่าจับจองเป็นเจ้าของมาก ที่สุด ณ ชั่วโมงนี้ จริงๆครับ ห้ามพลาดเด็ดขาดเลย…

by TOFU

สนใจสั่งซื้อ Projector Viewsonic PX-700HD ได้ที่ https://projectorpro.in.th/projector/viewsonic.html

Review Projector Epson EH-TW5650

สวัสดีครับ กลับมาพบกับรีวิวโปรเจคเตอร์ดีๆ กันทุกวันศุกร์ อีกเช่นเคยนะครับ วันนี้กระผมนาย Tofu ขอรับหน้าที่อาสาพาทุกท่านมารู้จักกับ Epson Home cinema projector ที่มาพร้อมความละเอียดระดับ Full HD 1080p ที่ให้ภาพได้ แซ่บ…ซี๊ด บาดใจกันเลยทีเดียวครับ โดยในรุ่นนี้ ยังมีลูกเล่นที่น่าสนใจ เกี่ยวกับการฉายภาพด้วยระบบการฉายภาพสามมิติ หรือเลือกจะปรับภาพสองมิติธรรมดาให้เป็นภาพสามมิติก็ทำได้ครับ มี Build in wifi ในตัวอีกด้วย ซึ่งเจ้าตัวนี้ในวันนี้ก็คือ Epson รุ่น EH-TW5650 นั่นเองครับ

Quick Spec

• Projection System : 3LCD Technology, RGB liquid crystal shutter
• LCD Panel : 0.61 inch with MLA (D10)
• Resolution : 1920 x 1080 (Full HD) 1080p
• High Definition : Full HD 3D
• Aspect Ratio : 16:9
• Contrast Ratio : 60,000 : 1
• 2D Vertical Refresh Rate : 192 Hz – 240 Hz
• 3D Vertical Refresh Rate : 400 Hz – 480 Hz
• Projection Distance Wide/Tele 2.35 m – 3.82 m (80” inch screen)

ขอขอบคุณร้าน ProjectorPRO ที่ส่งเจ้า Epson EH-TW5650 มาให้กระผมได้ลองเล่นด้วยนะครับ

เปิดกล่องมาผ่างเลย มันคืออัลไล…

What’s in the Box

อุปกรณ์ที่มาในกล่องจะมี ตัวเครื่องโปรเจคเตอร์ Epson EH-TW5650, Power cable, Quick Start Guide, Remote control incl. batteries, User manual (CD), Warranty card

Design

จากรูปร่างลักษณะ ของ Epson EH-TW5650 นั้นเราจะเห็นได้ว่า แตกต่างมาจากรุ่น ปกติทั่วไปเพียงเล็กน้อย โดยมีขนาดความกว้างx ยาวxสูง อยู่ที่ 309‎ x 285 x 122 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียงแค่ 3.5 kg เท่านั้นครับ

ด้านหน้าของเครื่องมีการออกแบบให้ช่องระบายความร้อน อยู่ด้านหน้าของตัวเครื่องแทนการอยู่ด้านข้างตัวเครื่อง ทำให้เวลาใช้งานถ้าวางไว้กลางโต๊ะจะไม่ทำให้คนที่นั่งด้านข้างของเครื่อง รู้สึกร้อนไปด้วย และลักษณะเลนส์ฉายของตัวนี้จะจัดวางไว้ทางด้วนขวาของตัวเครื่อง(ถ้าเรามองมาจากด้านหน้า) มีฝาครอบเลนส์ สามารถเลื่อนเปิด/ปิด ได้ด้วยครับ

มาต่อกันที่บริเวณด้านใต้ของตัวเครื่องกันเลยครับ โดยบริเวณด้านใต้ของตัวเครื่องจะมีปุ่ม Easy Click ที่เอาไว้ปรับระดับการเงยของโปรเจคเตอร์ครับ

ขาหลังจะเป็นแบบเกลียวหมุนที่สามารถปรับระดับความสูงของตัวเครื่องได้ละเอียดและแม่นยำมากๆครับ

ด้านบนเป็นแผงควบคุม มีปุ่มเปิดปิดเครื่อง, เพิ่มลดเสียง, เข้าเมนู, ปรับการใช้งานต่างๆ และไฟ ช่องเตือนระบบจอภาพและอุณหภูมิของเครื่อง

สำหรับเลนส์ฉายภาพนั้นจะเป็นเลนส์ซูมแบบ เมนนวล (Manual) ที่สามารถปรับซูมขยายภาพได้ 1.6 เท่า มีวงเหวนอยู่สองวงและปุ่ม Lenshift สไลด์ซ้ายขวา อยู่เหนือบริเวณเลนส์ฉายภาพ วงแหวนสองอันด้านบนมีหน้าที่ปรับโฟกัสภาพเพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดกับปรับซูมขยายภาพ ส่วนปุ่ม Len Shift สไลด์ซ้าย-ขวาที่ช่วยในเรื่องของการฉายภาพแบบวางเฉียง อีกทั้งรุ่นนี้ยังสามารถปรับ ระดับเลนส์ฉายในแนวตั้งได้อีกด้วยครับ ด้วยความสามารถนี้ทำให้ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ในการช่วยปรับและทำให้การวางตำแหน่งเครื่องมีความยืดหยุ่นมากขึ้นครับ

ด้านข้างของตัวเครื่อง Epson EH-TW5650 นั้นจะมีพัดลมดูดอากาศระบายความร้อนถึง 2 ตัว และมีแผ่นกรองฝุ่น ที่เอาไว้ดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กมากๆ และสามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้ง่ายเพียงแค่เปิด “ฝาครอบ” ที่ด้านบน แล้วก็ดึงออกมาตามแบบในรูปเลยครับ

ในส่วนของพอร์ทการเชื่อมต่อทั้งหมดของ Epson EH-TW5650 จะอยู่ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง โดยมีพอร์ตการเชื่อมต่ออย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น HDMI 2 พอร์ต ที่สามารถส่งสัญญาณได้ทั้งภาพและเสียงในเวลาเดียวกัน และมี พอร์ตพิเศษคือพอร์ต HDMI 1 MHL , VGA 1 พอร์ต, Audio 3.5 Output 1 พอร์ต สามารถหาเครื่องเสียงจากภายนอกมาต่อเพิ่มได้ผ่านทางพอร์ตการเชื่อมต่อนี้, USB 2.0 Type A 1 พอร์ต สามารถนำแฟลชไดร์ฟ มาเสียบเปิดไฟล์งานหรือไฟล์หนังได้, USB 2.0 Type B (Service) 1 พอร์ต สำหรับเอาไว้ใช้งานด้านงานซ่อม และยังมาสามารถเป็นช่องการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับตัว Dongle ได้ครับ 

ลำโพงขนาด 10 watt ที่ให้เสียงดังฟังชัด โดยที่ไม่ต้องหาเครื่องเสียงแยกมาต่อเพิ่มให้แกะกะ เลยครับ

รีโมทคอนโทรล สำหรับควบคุมการสั่งการจากระยะไกล มีสีเดียวกับตัวเครื่อง ขนาดพอเหมาะ จับได้พอดีมือ มีปุ่มฟังก์ชั่นลัดสำหรับเปลี่ยนโหมดการใช้งานต่างๆ รวมไปถึงการตั้งค่าของระบบ 3D ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

การจับรีโมทที่ถูกต้อง…ต้องจับแบบนี้ครับ เพื่อให้ได้องศาของสัญาณรีโมทเข้าที่เครื่องได้อย่างถูกต้อง (หยอกๆๆ)

Feature

หากเราพูดถึง Epson แน่นอนว่าต้องเป็นโปรเจคเตอร์ที่ใช้เทคโนโลยี 3LCD ซึ่งจะแยกแสงสีออกเป็น 3 สีได้แก่ สีแดง,เขียว,สีน้ำเงิน(RGB) ก่อนจะรวมกับมาที่เลนส์ฉาย จึงทำให้คุณมั่นใจได้เลยว่า Projector ตัวนี้สามารถฉายภาพที่ให้ช่วงสีได้กว้างกว่าถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับโปรเจคเตอร์แบบทั่วไป ที่เป็น 1-chip DLP รวมถึงให้ค่าความสว่างของแสงสีที่สมจริง ลื่นไหล คมชัดสวยงามมากกว่าแน่นอนครับและยังลดอาการ rainbow Effect ของจอภาพอีกด้วย หรือก็คือเห็นสีรุ้งบนภาพที่ฉายออกมานั่นเอง
**อ่านต่อเพิ่มเติมเรื่อง 3LCD ได้ที่นี่ https://projectorpro.in.th/article/article-lcd-projector.html

นอกจากระบบ miracast แล้วทาง Epson ก็ยังมีแอพที่สามารถให้เราใช้ Smartphone ในการฉายภาพอีกด้วยดาวน์โหลดตัวแอพพลิเคชั่นของ Epson iprojection ได้ที่ลิงค์นี้เลยครับ https://www.epson.co.th/iprojection

ระบบแสดงภาพ 2 จอพร้อมกัน สามารถแสดงภาพที่ได้สัญญาณจาก 2 อุปกรณ์เพื่อแสดงบนจอภาพเดียวกัน ทำให้การประชุมประชุมทางไกลแบบ video conference มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถรับชมภาพวีดีโอจากปลายทางและแสดงไฟล์พรีเซ็นเทชันบนหน้าจอพร้อมกันได้

เอปสันโปรเจคเตอร์ EH-TW5650 มี Build in wifi บวกกับยังรองรับเทคโนโลยี Miracast สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายจากอุปกรณ์ สามาร์ทดีไวซ์และแล็ปทอปของคุณได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องติดตั้งซอฟท์แวร์เพิ่มเติม ช่วยให้คุณสามารถส่งภาพและเสียง ขึ้นแสดงที่จอภาพโดยไม่จำเป็นต้องมีการเชื่อมต่อสายให้ยุ่งยากและลดปัญหาเกี่ยวกับการติดตั้ง ด้วยระบบ Screen mirroring ทำให้การฉายภาพหรือวีดีโอจากหน้าจอแท็บเลทและแล็ปทอปขึ้นโปรเจ็คเตอร์เป็นเรื่องง่ายดาย

Quick Corner ฟังก์ชั่นง่ายๆที่มีประโยชน์มากสำหรับการฉายภาพ โดยการปรับมุมได้ทุกมุม เพื่อให้เข้ากับเฟรมหรือจอหรือแก้ไขบางมุมที่ไม่สมดุล และ H/V- Keystone สำหรับการปรับสัดส่วนภาพทางแนวนอนและแนวตั้งได้อย่างอิสระ ด้วยการกดปุ่มแค่ครั้งเดียว

Picture

ภาพจากมิวสิควิดีโอ เพลง AS IF IT’S YOUR LAST จากวง Black Pink จากเว็บไซต์ Youtube ที่ความละเอียด 1080p ฉายลงบนจอโปรเจคเตอร์ iScreen Fixed Frame ขนาด 100” สะท้อนได้ชัดเป๊ะ 100% ครับ

ภาพสวย คมชัด สีสันแจ่มแมว จริงๆครับ

Epson EH-TW5650 มี Native Resolution อยู่ที่ 1920 x 1080 Full HD (1080p) อัตราส่วนเป็นแบบ 16:9 มีค่าความสว่าง 2,500 Ansi Lumens และมีค่าความคมชัด (Contrast) 60,000:1 สามารถใช้ดูหนัง Blue-Ray หรือนำไปใช้เล่นเกมคอนโซล PS4 ได้สบายๆ ภาพสวย สีสันแจ่มแมว

ด้วยค่า Colour Contrast และ ค่าความสว่างที่สูง จึงทำให้ภาพที่ฉาย ออกมานั้นยังคงมีสีสันที่สวยงาม ภาพออกมาชัดเจน เห็นการเคลื่อนไหวของภาพที่ดี ไม่ซีดจาง อรรถรสมาเต็มๆ เน้นๆ สะเหมือนมีโรงภาพยนต์ขนาดหย่อมๆ ภายในบ้านเลยครับ เหมาะแก่การทิ้งตัวบนโซฟา แล้วนอนดูNetflix ได้ทั้งคืนจริงๆ

สามารถตั้งค่าโหมดภาพต่างๆได้นะครับ มีให้เลือกถึง 4 โหมดด้วยกัน Dynamic, Bright Cinema, Natural, Cinema สามารถปรับได้อิสระ แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนเลยครับ

ภาพที่ถ่ายออกมาอาจจะดร็อปลงสักเล็กน้อยนะครับ แต่นี่!! ขนาดดร็อปลงแล้วนะยังแจ่มสีมณีเด้งได้ซะขนาดนี้

สามารถปรับระดับความดังของลำโพงได้ด้วย ผ่านทาง รีโมทควบคุม สามารถเพิ่มเสียงได้หลายระดับ เสียงไม่แตก ถ้าใช้งานทั่วไปก็เปิดแค่ 10-15 ก็ได้ยินกระหึ่มทั่วห้องแล้วครับ เปิดดังกว่านี้หูตาแตกกกกก (เสียงน้าค่อม)

สรุป

ถ้าใครกำลังหามองหาประสบการณ์การนอนดูหนังอยู่บ้านที่เหมือนกับในโรงภาพยนต์แล้วล่ะก็ ซื้อเลยครับตัวนี้ แจ่มจริง ผมแนะนำ ไม่ใช่ดีแค่ทางด้านภาพฉายที่แจ่มอย่างเดียวนะครับ รวมไปถึงการตั้งค่าต่างๆที่ลึกและละเอียดมากๆด้วย ยิ่งถ้าได้การ calibrate สี และลำโพงแบบ Home theater เข้ามาเสริมอีกละก็ ฟินสุดๆ…

by TOFU

สนใจสั่งซื้อ Projector Epson EH-TW5650 ได้ที่ https://projectorpro.in.th/projector/epson.html

Review Projector BenQ MH550

สวัสดีครับ กลับมาพบกับรีวิวโปรเจคเตอร์ดีๆ กันทุกวันศุกร์ อีกเช่นเคยนะครับ วันนี้กระผมนาย Tofu ขอรับหน้าที่อาสาพาทุกท่านมารู้จักกับ Business Projector ที่มาพร้อมความละเอียดระดับ FULL HD 1080p มีค่าความสว่าง 3500 Ansi Lumens และมีค่า Contrast ในระดับ 20,000:1 เป็นโปรเจคเตอร์ ที่สามารถฉายในห้องเรียนหรือห้องประชุมขนาดกระทัดรัด ที่จุผู้คนได้มากถึง 100 คน สู้แสงสว่างภายในห้องได้ในระดับที่ดี ตัวหนังสือยังมองเห็นชัดเจน อีกทั้งยังมีพอร์ทการเชื่อมต่อ HDMI มาให้ถึง 2 พอร์ทอีกด้วยครับ

Quick Spec

ความละเอียด : Full HD 1080p (1920 x 1080)
ความสว่าง : 3,500 Ansi Lumens
Contrast : 20,000:1
ขนาดจอเล็กสุด 30 นิ้วที่ระยะใกล้สุด 0.76 เมตร
ขนาดจอมาตรฐาน 80 นิ้วที่ระยะใกล้สุด 2.63 เมตร
ขนาดจอใหญ่สุด 100 นิ้วที่ระยะ 3.29 เมตร
อายุหลอด 5,000 ชั่วโมง (และ 15,000 ชั่วโมงในโหมด LampSave)
ปรับโฟกัสและปรับซูมแบบ Manual
สามารถวางโปรเจคเตอร์ได้ 4 แบบคือด้านหน้า แขวนด้านหน้า ด้านข้าง
ลำโพงในตัว 2 W
น้ำหนัก 2.4 กก

ขอขอบคุณร้าน ProjecotrPRO ที่ส่งเจ้า BenQ MH550 มาให้ผมได้รีวิวด้วยนะครับ สำหรับวันนี้ผมต้องขอตัวลา….ยังงงงงพ่อหนุ่มใจเย็น

What’s in the Box

อุปกรณ์ที่มาในกล่องจะมี ตัวเครื่องโปรเจคเตอร์ BENQ MH550, Remote Control w/ Battery x 1, (RCX014) Power Cord (by region) x 1, Quick Start Guide x 1, Warranty Card (by region) x 1, VGA(D-sub 15pin) Cable

Design

รูปร่างหน้าตา ตัวเครื่องเหมือนกับรุ่นก่อนหน้าที่ผมเคยรีวิวไว้ก็คือรุ่น MX550 เด๊ะๆเลยครับขนาด Dimention ก็เท่ากันโดยมีขนาด 29 x 22 x 12 เซนติเมตร (กว้าง x ยาว x สูง) มีน้ำหนักเพียง 2.3 kg มีลำโพง ขนาด 2W อยู่ในตัวสามารถใช้นำเสนอพรีเซ็นงาน ได้สบายๆ ดูหนังฟังเพลงได้

ต่อมา บริเวณด้านใต้ของตัวเครื่องจะมีปุ่มที่เอาไว้สำหรับปรับระดับการเงยของโปรเจคเตอร์ครับ ซึ่งข้อดีของมันเลยก็คือ มันสามารถปรับมุมองศาของภาพได้ละเอียดและแม่นยำ มากกว่าแบบ กดคลิ๊กขึ้นลงครับ

ถ้าเกิดหากเราไม่ได้ตั้งวางเครื่องโปรเจคเตอร์ไว้บนพื้นที่เรียบตรง หรือ จอภาพไม่ได้อยู่ในแนวตั้งฉากกับพื้น เราก็สามารถปรับองศาความเอียงซ้ายขวาของภาพ ได้ที่ ขาหลังของโปรเจคเตอร์ตรงนี้ครับ

บริเวณด้านบนของเลนส์ฉาย นั้นจะมีวงแหวนปรับโฟกัส และวงแหวนปรับระยะการซูมแบบ แมนนวลอยู่ติดกันครับ

ประหยัดพื้นที่ในการฉายลง

ระยะการซูมภาพ 1.1x ทำให้ช่วยลดปัญหาในเรื่องข้อจำกัดของระยะฉาย การฉายภาพที่ระยะ 2.63 เมตร จะทำให้เราสามารถฉายภาพได้ใหญ่ถึง 80” แต่ถ้าเราอยากได้ภาพที่ใหญ่ถึง 100” เราก็แค่เขยิบเครื่องให้ห่างออกมาเพิ่มที่ระยะ 3.29 เมตร เท่านั้นเองครับ

เขยิบลงมาอีกหน่อยเราก็จะเจอกับแผงควบคุมการใช้งานต่างๆ เช่น ปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง ,Source สำหรับแสดงแถบการเลือกแหล่งที่มาของสัญญาณ, Menu การตั้งค่าการทำงานของตัวเครื่อง, ไฟแสดงโชว์สถานะการทำงานของตัวเครื่อง หรือแม้กระทั้ง ปุ่ม Auto ที่สามารถทำให้ตัวเครื่องนั้นปรับกำหนดภาพให้เอง โดยอัตโนมัติ เพียงแค่กด ค้างไว้ 3 วินาที

ช่องระบายลมร้อน จะอยู่ทางด้านข้าง ของตัวเครื่อง ทำหน้าที่ ดูดลม เพื่อให้ลมผ่านเข้าไปเพื่อช่วยลดความร้อนของตัวเครื่องไม่ให้เครื่องร้อนจนเกินไป

Port

ในส่วนของพอร์ทการเชื่อมต่อทั้งหมดของ BenQ MH550 จะอยู่ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง โดยมีพอร์ตการเชื่อมต่ออย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Audio input jack Audio output jack , HDMI 1 input, HDMI 2 input, RGB (PC) signal input jack, RGB (PC) signal output jack, RS-232 control, USB Mini-B, S-Video input jack , Video input jack

ด้านใต้เครื่องมี จุดยึดสกรูเข้ากับขาแขวนโปรเจคเตอร์ (Hanger) สามารถตั้งวางเครื่องแบบแขวนบนเพดานได้

รีโมทคอนโทรลขนาดกระทัดรัด สำหรับควบคุมการสั่งการจากระยะไกล รีโมทตัวนี้จะไม่มีไฟ Backlit แต่สามารถตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ผ่านรีโมทตัวนี้ได้ มีปุ่ม Quick Install โดยเฉพาะซึ่งจะเข้าถึงฟังก์ชันการติดตั้งเช่น Test Pattern กับKeystone ทันทีโดยไม่ต้องเลือกเมนูที่ซ้อนกันในการแสดงผลบนหน้าจอ และเพื่อทำให้เครื่องสามารถทำงานได้ถูกต้อง ระยะห่างระหว่างรีโมทคอนโทรลและเซนเซอร์รับสัญญาณจะต้องไม่ห่างกันเกิน 8 เมตรครับ

Feature

Dual HDMI inputs ช่องเชื่อมต่อ HDMI ที่มีมาให้ถึง 2 ช่อง สามารถรองรับการเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมกันหลายเครื่อง ไม่ต้องเสียเวลาในการเปลี่ยนสายสลับสายให้ยุ่งยาก สามารถทำงานร่วมกันของเครื่อง PC ได้ทันทีโดยที่ต้องไม่หาอะแดปเตอร์มาแปลงให้ซับซ้อน สะดวก เหมาะแก่การประชุมในบริษัท ที่ใช้เครื่อง PC, notbook มากกว่า 1 เครื่อง

ฝาครอบด้านบน ที่สามารถเปิด-ปิดได้ง่าย ทำให้การ เปลี่ยนหลอดไฟได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องถอดเครื่องลงมาจากตัวล็อค (กรณีที่แขวนบนเพดานห้อง)

ฟังก์ชั่นการปรับภาพสี่เหลี่ยมคางหมู (Keystone) ช่วยให้การจัดตัวเครื่องได้อิสระ ทำให้ไม่จำเป็นต้องตั้งวางเครื่องโปรเจคเตอร์ หน้าตรงเสมอไป อยากจะวางเครื่องมุมไหนของห้องก็สามารถทำได้

Kensington Lock ที่เอาไว้สำหรับกันพวกขโมย หรือพวกมือดีหยิบฉวยเครื่องไป สามารถนำไปล่ามไว้กับโต๊ะหรือล็อคติดกับเพดานก็ดี เพื่อจะได้ไม่ถูก พวกมือดีหยิบเครื่องเราไป หรือโต๊ะในการตั้งวางมีขนาดเล็กเกินไป เวลาที่มือเราไปโดนแรงๆมันก็อาจจะมีคนมาปัดมันตกได้ พอร์ต Kensington Lock ก็จะช่วยดึงไว้ได้ไม่ให้กระแทกกับพื้น

เทคโนโลยี SmartEco เป็นเทคโนโลยีชั้นนำของโลกที่พบได้ในเครื่องโปรเจคเตอร์ของ BENQ ทุกรุ่น! เป็นโหมดที่จะช่วยยืดอายุของหลอดฉายออกไปได้อีกหลายพันชั่วโมง ประหยัดพลังงานได้มากถึง 70% เมื่อเทียบกับโหมดปกติ และยังช่วยวิเคราะห์คอนเทนต์ต่างๆที่เราเปิดฉาย เพื่อกำหนดค่าความสว่างให้เหมาะสม เพื่อให้ได้สีและความคมชัดที่ดีที่สุด หรือบางครั้งเมื่อโปรเจคเตอร์ตรวจจับว่าไม่มีใช้งานเป็นเวลา 3 นาที ระบบ ECO Blank mode จะเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติ เพื่อลดการประหยัดพลังงาน และจะปิดเครื่องในอัตโนมัติทันทีหากไม่มีการใช้งานเป็นเวลา 16-20 นาที

Picture

BenQ MH550 มี Native Resolution อยู่ที่ 1920 x1080 Full HD (1080p) อัตราส่วนเป็นแบบ 16:9 ฉายภาพได้ขนาดใหญ่ตั้งแต่ 30”-300” มีค่าความสว่าง 3500 Ansi Lumens และมีค่าความคมชัด (Contrast) 20,000:1 ซึ่งถือว่าเป็นโปรเจคเตอร์ที่ครบเครื่องดีครับ ในราคาประมาณ 20k ต้นๆ สามารถใช้เปิดคอนโทนต์วิดีโด ได้สบาย รายละเอียดภาพคมชัด สวย หรือเอาไว้ใช้ดูหนังก็ไม่ทำให้ผิดหวังครับ

อันนี้เป็นภาพจากตัวอย่างหนังเรื่อง Spiderman Far From Home จากเว็บ Youtube ที่ความละเอียด 1080p ฉายลงบนจอโปรเจคเตอร์iScreen Fixed Frame ขนาด 100” จ้า

พี่อยากเป็นสไปเดอร์แมน คงได้ควงแขนเป็นแฟนคนโก้ พี่อยากจะเป็นไอ้หนุ่มมาดโก๋ ถ้าเป็นฮีโร่น้องคงจะมอง…เห็นป้าเมย์ แล้วมันชื้นหัวใจ….(ถ้าไม่บอกว่าอายุ 55ปี เข้าไปแล้วไม่เชื่อนะเนี่ยยย หน้าเด็กมว๊ากกก)

ส่วนอันนี้เป็นภาพจากหนังเรื่อง Spider Man : Home Coming ที่ความละเอียด Full HD อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ภาพนั่นออกมาสวย นั่นก็คือจอรับภาพโปรเจคเตอร์นั่นเอง

ถึงจะเป็นโปรเจคเตอร์ สำหรับสื่อการสอน แต่ก็สามารถเปิดไฟล์คอนเทนต์ วิดีโอ หรือดูหนัง ได้สบายๆ หายห่วง

สามารถตั้งค่าโหมดภาพต่างๆได้นะ มีให้เลือกถึง 4 โหมดด้วยกัน เช่น โหมดการนำเสนอ,โหมดภาพ sRGB, โหมดภาพอินโฟกราฟฟิค, โหมดภาพสว่าง

สามารถตั้งค่าการทำงานได้ครบครัน เลือกได้ตั้งตำแหน่งที่ตั้งวางตัวเครื่อง ว่าวางเครื่องไว้ตำแหน่งไหน, ตัวรับรีโมท ที่เลือกได้ว่าจะให้ตัวเครื่องรับสัญญาณรีโมทแบบไหน หรือแม้กระทั้งตั้งค่าการทำงานของหลอดไฟนั้นเองครับ

สรุป

Projector BenQ MH550 ที่เป็น Business Projector ตัวนี้เลตราคาจะอยู่ที่ประมาณ 20,000 ต้นๆ ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ถูกมากๆ เลยครับ สำหรับโปรเจคเตอร์ ระดับ Full HD 1080p และมีค่าความสว่าง 3500 Ansi Lumens ที่อยู่ในระดับที่ดี สามารถฉายในห้องเรียนขนาดเล็กที่มีแสงไฟรบกวนไม่มาก ได้อย่างสบายๆ อีกทั้งยังมีพอร์ท HDMI ที่มีมาให้ถึง 2 ช่องด้วยกันและอายุการใช้งานของหลอดภาพที่ยาวนานถึง 15,000 ชั่วโมงทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายในเรื่องของการเปลี่ยนหลอดฉายอีกด้วยครับ สำหรับใครที่กำลังมองหาโปรเจคเตอร์ไว้สอนหนังสือ ที่ภาพสวยๆหน่อย ผมแนะนำรุ่นนี้เลยครับ BenQ MH550 

by TOFU

สนใจสั่งซื้อ BenQ Projector ได้ที่ https://projectorpro.in.th/projector/benq.html

Review Projector Viewsonic PG800HD

สวัสดีครับ กลับมาพบกับรีวิวโปรเจคเตอร์ดีๆ กันทุกวันศุกร์ อีกเช่นเคยนะครับ วันนี้กระผมนาย Tofu ขอรับหน้าที่อาสาพาทุกท่านมารู้จักกับ Projector Viewsonic PG800HD โปรเจคเตอร์ Installation ที่ให้ความบันเทิงแบบเต็มพิกัด ไปทั่วทุกมุมโยก!! มาพร้อมกับละเอียดของภาพ ระดับ Full HD 1080P ให้ภาพคมชัด มีชีวิตชีวาสมจริง พร้อมค่าความสว่างที่สูงถึง 5,000 Ansi Lumens สู้แสง ฉายในพื้นที่กว้างและมีแสงสว่างมาก สามารถฉายในห้องประชุม ที่มีแสงสว่างรบกวนได้อย่างสบายๆ เช่น ห้องประชุมที่ต้องการให้ แสงภายในห้องมีความสว่างที่ สามารถจดบันทึกข้อมูล ระหว่างการประชุมได้ มีความยืดหยุ่นอิสระ ในการติดตั้งสูง มีระบบเสียง Sonic Expert ที่ให้พลังเสียงคมชัดน่าทึ่ง สำหรับการใช้งานอีกด้วยครับ

Design

เปิดมาผ่างเลย!! Projector Viewsonic PG800HD นั่นจะมีขนาดตัวเครื่องที่มีความใหญ่กว่าโปรเจคเตอร์โดยทั่วไปเล็กน้อย แต่ก็ยังสามารถตั้งวางไว้บนโต๊ะ หรือแขวนไว้ที่เพดาน ได้อย่างอิสระ โดยมีขนาดตัวเครื่องกว้าง 470 มิลลิเมตร ยาว 316 มิลลิเมตร สูง 140 มิลลิเมตร น้ำหนัก 6.2 kg

ด้านหน้าของเครื่องจะมีการออกแบบให้ เลนส์ฉาย อยู่ตรงกลางระหว่างตัวเครื่อง ทำให้ง่ายต่อการวางเครื่องฉาย ไว้บริเวณกึ่งกลางของจอรับภาพ

สำหรับเลนส์ฉายภาพนั้นจะเป็นเลนส์ซูมแบบ เมนนวล (Manual) ที่สามารถปรับระยะการซูม-ขยายภาพได้ถึง 1.3 เท่า ทำให้เพิ่มความยืดหยุ่นในการติดตั้งเครื่องฉายในกรณีที่ต้องการฉายภาพที่ใหญ่ขึ้น แต่ต้องการตั้งเครื่องอยู่ในตำแหน่งเดิม และการปรับโฟกัสเพื่อให้ได้ภาพฉายที่คมชัดอย่างง่ายดาย ด้วยการหมุนวงแหวน ที่ตรงนี้

ส่วน ลูกบิด Lens Shift ที่อยู่ข้างๆวงแหวนปรับโฟกัส สามารถ “ปรับระดับเลื่อนเลนส์ในแนวตั้ง” ทำให้การปรับภาพขึ้น-ลงให้เข้ากับขนาดหน้าจอรับภาพเป็นไปอย่างง่ายดาย ด้วยความสามารถนี้ทำให้ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ในการช่วยปรับและทำให้การวางตำแหน่งเครื่องมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ตอบรับการติดตั้งที่หลากหลายถึงแม้มีข้อจำกัดด้านพื้นที่

ปุ่มเพาเวอร์ 4-in-1 แบบพิเศษ ที่รวมเอาปุ่มเปิด/ปิด, ไฟแสดงสถานภาพเครื่อง, ตัวควบคุมเครื่องฉายภาพ ตัวรับ/ควบคุม IR นอกจากจะใช้เปิดและปิดเครื่องแล้ว ยังใช้เป็นตัวรับสัญญาณ IR และยังมีแสงไฟ LED สีฟ้า ที่แจ้งว่ามีอุปกรณ์กำลังเชื่อมต่อทางช่อง PortAll อยู่

บริเวณด้านล่างของตัวเครื่อง จะมีขาตั้งในตัว ที่เอาไว้สำหรับปรับระยะสูง-ต่ำของโปรเจคเตอร์ ช่วยทำให้สามารถปรับมุมของภาพได้ละเอียดและแม่นยำ และยังช่วยเวลานำไปวางบนพื้นที่ไม่สม่ำเสมอทำให้สามารถแก้ให้ตัวโปรเจคเตอร์นั้นอยู่ในที่แนวระนาบไปกับพื้น

ด้านข้างของตัวเครื่องจะมีพัดลมระบายความร้อนถึง 2 ตัว เพื่อช่วยให้อุณหภูมิของตัวเครื่องและหลอดฉาย นั้นไม่ร้อนจนเกินไป ทำให้เครื่องสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง และมีตัวกรองฝุ่นแบบ wave form ที่สามารถดักจับฝุ่นได้มากกว่าแบบปกติ อีกด้วยนะ

ด้านใต้เครื่องมี จุดยึดสกรูเข้ากับขาแขวนโปรเจคเตอร์ (Hanger)

ปุ่ม Control Panel ควบคุมการตั้งค่าต่างๆ จะอยู่ทางด้านหลังของเครื่อง สามารถกดปรับตั้งค่า Keystone ได้ทั้งจากเครื่องและรีโมทคอนโทรล

ในส่วนของบริเวณด้านหลังตัวเครื่องโปรเจคเตอร์ จะมีพอร์ตหรือช่องสัญญาณให้เลือกใช้อย่างครบถ้วน อาทิ LAN ที่รองรับเทคโนโลยี Creston, AMX, PJ Link และ Extron เพื่อความง่ายดายในการบริหารจัดการเครือข่ายช่วยให้แอดมินสามารถสังเกตการณ์และควบคุมเครื่องโปรเจคเตอร์ถึง 256 เครื่องในเวลาเดียวกันผ่าน LAN IP นอกจากนี้ระบบแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ยังส่งข้อมูลอัพเดทสถานะเครื่องในด้านกำลังไฟ อายุการใช้งานหลอดไฟ และตำแหน่งที่ตั้งของเครื่องเพื่อมอบประสิทธิภาพการมอนิเตอร์เครื่องได้ดีมากขึ้น

พอร์ต HDMI ที่สามารถส่งสัญญาณได้ทั้งภาพและเสียง ใช้ต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ และเครื่องเล่น Blu-ray ได้ทันที, Mini USB ,3Dvessa ,VGA OUT, RS232, VGA IN 2 พอร์ต, S-Video, ช่องต่อแบบ AV, Audio IN 2,Audio Out, IR,12V Out, USB Type-A, Kensington® Lock Slot และตัวยึดสายไฟ เพื่อป้องกันสายหลุด ระหว่างที่กำลังใช้งาน

รีโมทคอนโทรล สำหรับควบคุมการสั่งการจากระยะไกล ขนาดพอเหมาะ จับได้พอดีมือ มีปุ่มฟังก์ชั่นลัดสำหรับเปลี่ยนโหมดการใช้งานต่างๆ และการปรับตั้งค่า Keystone ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว มีการแบ่งกลุ่ม แยกลักษณะเอาไว้อย่างชัดเจน ตัวรีโมทใช้ แบตเตอรี่ขนาด AAA จำนวน 2 ก้อน

Built-in Speaker

มีลำโพงขนาด 10 วัตต์สองตัว ที่ติดตั้งมาด้วย ในตัว ให้เสียงที่มีคุณภาพ ทรงพลัง รองรับความกว้างของเสียงได้ตั้งแต่ 20Hz – 20KHz สำหรับใช้เพื่อความบันเทิงภายในบ้าน พร้อมทั้งยังใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพเสียงสำหรับการใช้งาน 3 ประเภท เช่น Standard Mode โหมดสำหรับการฉายเนื้อหาทั่วไป Speech Mode โหมดที่เพิ่มคุณภาพเสียงของคำกล่าวเพื่อการกล่าวสุนทรพจน์หรือบรรยายในห้องเรียน Entertainment Mode โหมดที่ปรับให้มีเสียงทุ้มมากขึ้นและมีความถี่ระดับกลาง-สูงมากขึ้นเพื่อการฟังเพลงและชมภาพยนตร์

Feature

การออกแบบฝาครอบด้านบนที่ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์พิเศษเพื่อเปิดฝาครอบ ฝาครอบด้านบนช่วยให้สามารถเปิดเช็คเครื่องโดยไม่ต้องเปิดฝาใต้เครื่องให้ยุ่งยาก ภายใต้ฝาครอบด้านบน มีช่องว่างให้สอดมือเข้าไปปรับหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ต่อเชื่อมหรือหลอดไฟได้สะดวก ช่วยให้จัดการกับอุปกรณ์ที่ต่อกับโปรเจคเตอร์ที่แขวนบนเพดานอยู่ได้อย่างง่ายขึ้น

ใช้งานง่ายด้วย PortAll®: พอร์ต MHL / HDMI พร้อมสาย Micro USB ในตัวและส่วนติดตั้งอุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณไร้สาย ซึ่งมีเฉพาะแค่ในวิวโซนิคโปรเจคเตอร์ สามารถส่งสัญญาณภาพและเสียงความคมชัดสูงถึง 1080p จากโทรศัพท์มือถือมายังเครื่องนี้ได้ ออกแบบส่วนช่องเสียบรับส่งสัญญาณของเครื่องให้ซ่อนอยู่ด้านในของตัวเครื่องอย่างแนบเนียน และมีระบบพอร์ต MHL / HDMI ที่ช่วยให้คุณสามารถสตรีม เนื้อหามัลติมีเดียจาก รับส่งสัญญาณภาพแบบไร้สาย นอกจากนี้ยังมีสาย micro USB ในตัวที่ให้พลังงาน 10W

* Wifi Dongle ของ viewsonic ไม่มีแล้วครับ แต่สามารถใช้ยี่ห้ออื่นแทนได้
**สามารถ สอบถามที่ร้าน Projectorpro ได้ครับว่าจะเลือกใช้ ตัวไหนดี

ยืดอายุการใช้งานหลอดฉาย ด้วยตัวตั้งเวลาพักเครื่อง ช่วยให้คุณสามารถกำหนดเวลาให้โปรเจคเตอร์เข้าสู่ Sleep mode โดยอัตโนมัติ เมื่อไม่มีการใช้งานเพื่อยืดอายุการใช้งานหลอดไฟ

เปิดใช้งานโปรเจคเตอร์ได้ทันทีอย่างง่ายดาย ด้วย Auto Power On เพียงเสียบสายพาวเวอร์หรือผ่านทาง HDMI CED โปรเจคเตอร์จะเปิดทำงานโดยอัตโนมัติ Signal Power On เพียงเสียบสายพาวเวอร์หรือผ่านทาง HDMI CED โปรเจคเตอร์จะเปิดทำงานโดยอัตโนมัติ

เทคโนโลยี Supercolor ™ ลิขสิทธิ์เฉพาะโปรเจคเตอร์ วิวโซนิค คือมีช่วงสีที่กว้างกว่าเครื่องฉายภาพ DLP แบบธรรมดาทั่วๆไป เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้งานจะได้รับสีที่สมจริงและแม่นยำ ด้วยการออกแบบวงล้อสีพิเศษและความสามารถในการควบคุมหลอดไฟแบบไดนามิก จึงทำให้เทคโนโลยี Supercolor ™ สามารถสร้างภาพที่มีสี ได้อย่างถูกต้อง แม่นยำและสมจริงทั้งในที่มืดและที่สว่างโดย ไม่ทำให้คุณภาพของภาพฉายนั้นเสียไปเลย

Auto V Keystone การปรับภาพทรงสี่เหลี่ยมคางหมูแนวตั้ง อัตโนมัติ ช่วยให้การติดตั้งเครื่องและวางตำแหน่งภาพทำได้ง่ายขึ้นเพื่อให้ได้สัดส่วนภาพที่ลงตัวทุกครั้ง ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

Picture

Viewsonic PG 800HD มี Native Resolution อยู่ที่ 1920×1080 Full HD (1080p) อัตราส่วนเป็นแบบ 16:9 แต่ก็ยังรองรับอัตราส่วนแบบ 4:3 นะครับ โดยจะปรับเปลี่ยนการแสดงผลโดยอัตโนมติ ฉายภาพได้ขนาดใหญ่สูงสุด 30”-300” มีค่าความสว่าง 5,000 Ansi Lumens และมีค่าความคมชัด (Contrast) 5,000:1 ทำให้ภาพนั่นมีความคมชัดเต็มตาแม้จะอยู่ในห้องที่มีแสงสว่าง เห็นรายละเอียดดีงามมาก ไม่ทำให้ผิดหวังเลยครับ

 

Trailer จากหนังเรื่อง Lion King จากเว็ป Youtube ที่ความละเอียด Full HD 1080P

มาถึงการทดสอบประสิทธิภาพ ทางด้านภาพ ของ โปรเจคเตอร์ Viewsonic PG800HD ตัวนี้กันครับ ใช้สัญญาณภาพวิดีโอจากเครื่อง Notebook ที่เชื่อมต่อผ่านสาย HDMI ให้การฉายภาพที่ สวยงามอลังการ ภาพสว่าง คมชัด สีสด มองเห็นแม้กระทั่งขนเส้นเล็กๆของราชาเจ้าป่า ZAZU กันเลยทีเดียวครับ

ภาพที่ถ่ายออกมา คุณภาพอาจจะดร็อปลงไปสักเล็กน้อย แต่ถ้าได้มองด้วยตาตัวเองแล้ว ผมรับรองว่าต้อง ร้องซี๊ด..แน่นอน

อีกทั้งเจ้าViewsonic PG800HD รุ่นนี้ยังรองรับการเล่นภาพยนต์แบบ 3D ได้ด้วย อะไรมันจะแจ่มแมวได้ขนาดเน้…

What’s in the box

อุปกรณ์ที่มาในกล่องจะมี ตัวเครื่องโปรเจคเตอร์ Viewsonic PG800HD Projector, power cable, VGA cable, remote control with AAA batteries, Quick Start Guide

สรุป

โปรเจคเตอร์ Viewsonic PG800HD นั่นเป็นโปรเจคเตอร์ที่มีค่าความสว่างที่สูงถึง 5,000 Ansi lumens เป็นโปรเจคเตอร์ ที่เหมาะสำหรับการติดตั้งในห้องประชุม หรือห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ ที่จุผู้ชมจำนวนมาก ได้มากถึง 5,000 คน มีอิสระในการติดตั้งสูง ตอบโจทย์ทุกการใช้งานได้ครบทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น พรีเซ็นแต่ชั่น หรือใช้เปิดไฟล์หนังรับชม เพื่อความบันเทิง ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเพราะว่ามีค่าความละเอียดระดับ Full HD (1080P) ทำให้ภาพที่ออกมานั่นมี ความสวยงาม สว่าง คมชัด มีชีวิตชีวาสมจริง คุ้มค่าน่าซื้อ ในราคาที่สามารถจับต้องได้อีกด้วยครับ

by TOFU

สนใจสั่งซื้อ Projector Viewsonic PG800HD ได้ที่ https://projectorpro.in.th/projector/viewsonic.html

Review Projector Epson EB-X05

สวัสดีครับ กลับมาพบกับบทความรีวิวโปรเจคเตอร์กันทุกวันศุกร์ อีกเช่นเคยนะครับ วันนี้กระผมนาย Tofu ขอรับหน้าที่อาสาพาทุกท่านมารู้จักกับ PROJECTOR EPSON EB-X05 ครับ ซึ่งรุ่นนี้เป็นโปรเจคเตอร์ ที่เหมาะสำหรับการนำเสนองานในห้องประชุม สัมมนาหรือห้องนั่งเล่นที่มีขนาดกะทัดรัด พร้อมด้วยฟีเจอร์ที่ครบครันเหมาะสมกับการใช้งาน มีค่าความละเอียดระดับ XGA (1024×768) และค่าความสว่างอยู่ที่ 3,300 Lumens สู้แสงสว่างรอบห้อง ได้ในระดับที่ดี ตัวหนังสือเห็นชัดอ่านง่าย แต่ถ้าในกรณีที่ห้องประชุมมีกระจกรอบด้านแสงจ้าตลอดเวลา อาจจะต้องหาม่านมาติดสักหน่อย ก็โอเคเลยครับ

QUICK SPEC

Brightness (ANSI lumens) : 3300 ANSI Lumens
Contrast : 15000:1
Resolution : 1024 x 768 (XGA)
Aspect Ratio : 4:3
Projector Technology : LCD
Projector Lens : F 1.49-1.72, f 16.9-20.28 mm
Zoom Ratio : 1.2:1 Manual Zoom and Focus
Image Size (Inch) : 30-300 inch
Lamp Life (STD/ECO) : 6000/10000 hours

DESIGN

ดีไซน์ Epson EB-X05 มีตัวเครื่องเป็นสีขาวเรียบๆทั้งหมด ตามสไตล์ของ Epson ดูดีหมาะสมกับการใช้งานทางการ ตัวเครื่องมีขนาดกระทัดรัดพอสมควรขนาด จะมีขนาด Dimention อยู่ที่ 234 x 302 x 77 mm มีน้ำหนักเบาแค่ 3.0 kg จะยกไปยกมาก็ไม่ค่อยลำบาก พกพาเคลื่อนย่ายได้สะดวกใส่เป้สะพายหลังได้สบายๆ รวมถึงมีลำโพงขนาด 2 วัตต์ ในตัวที่ทำให้เราไม่ต้องหาเครื่องเสียงมาต่อให้วุ่นวายอีกด้วยครับ

สำหรับเลนส์ฉายภาพนั้นจะเป็นเลนส์ซูมแบบ เมนนวล (Manual) ที่สามารถปรับซูมขยายภาพได้ถึง 1.2 เท่า มีวงเหวนอยู่สองวงและปุ่ม Lenshift สไลด์ซ้ายขวา อยู่เหนือบริเวณเลนส์ฉายภาพ วงแหวนสองอันด้านบนมีหน้าที่ปรับโฟกัสภาพเพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดกับปรับซูมขยายภาพ ส่วนปุ่ม Len Shift สไลด์ซ้าย-ขวาที่ช่วยในเรื่องของการฉายภาพแบบวางเฉียงอีกทั้งด้านบนยังมีแผงควบคุมที่ใช้สำหรับ เปิด/ปิดเครื่อง,เพิ่ม/ลดเสียง,ปรับภาพ Keystone,ช่องเตือนระบจอภาพและอุณหภูมิของเครื่อง

ในส่วนของพอร์ตการเชื่อมต่อ Epson EB-X05 ก็มีมาให้อย่างเกือบครบทุกความต้องการจริงๆครับ ไม่ว่าจะเป็น USB Type-A, USB Type-B, Cpmposite in/AV, VGA In, HDMI in

รีโมทคอนโทรล สำหรับควบคุมการสั่งการจากระยะไกล มีสีเดียวกับตัวเครื่อง ขนาดพอเหมาะ จับได้พอดีมือ มีปุ่มฟังก์ชั่นลัดสำหรับเปลี่ยนโหมดการใช้งานต่างๆ และการตั้งค่าต่างๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว มีการแบ่งสีและไฮไลท์กลุ่มการใช้งานไว้ชัดเจน

FEATURE

หากเราพูดถึง Epson แน่นอนว่าต้องเป็นโปรเจคเตอร์ที่ใช้เทคโนโลยี 3LCD ซึ่งจะแยกแสงสีออกเป็น 3 สีได้แก่ สีแดง,เขียว,สีน้ำเงิน(RGB) ก่อนจะรวมกับมาที่เลนส์ฉาย จึงทำให้คุณมั่นใจได้เลยว่า Projector ตัวนี้สามารถฉายภาพที่ให้ช่วงสีได้กว้างกว่าถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับโปรเจคเตอร์แบบทั่วไป ที่เป็น 1-chip DLP รวมถึงให้ค่าความสว่างของแสงสีที่สมจริง ลื่นไหล คมชัดสวยงามมากกว่าแน่นอนครับและยังลดอาการ rainbow Effect ของจอภาพอีกด้วย หรือก็คือเห็นสีรุ้งบนภาพที่ฉายออกมานั่นเอง
**อ่านต่อเพิ่มเติมเรื่อง 3LCD ได้ที่นี่ https://projectorpro.in.th/article/article-lcd-projector.html

การเชื่อมต่อแบบไร้สาย ง่ายๆเพียงแค่มี อุปกรณ์เสริมอย่าง “ELPAP10” รองรับทั้ง ios และ Android (หาซื้อได้ไม่ยากร้าน Projectorpro มีขายนะจ๊ะ)

เอปสันโปรเจคเตอร์ EB-X05 รองรับเทคโนโลยี Miracast สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายจากอุปกรณ์สามาร์ทดีไวซ์และแล็ปทอปของคุณได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องติดตั้งซอฟท์แวร์เพิ่มเติม ช่วยให้คุณสามารถส่งภาพและเสียง ขึ้นแสดงที่จอภาพโดยไม่จำเป็นต้องมีการเชื่อมต่อสายให้ยุ่งยากและลดปัญหาเกี่ยวกับการติดตั้ง ด้วยระบบ Screen mirroring ทำให้การฉายภาพหรือวีดีโอจากหน้าจอแท็บเลทและแล็ปทอปขึ้นโปรเจ็คเตอร์เป็นเรื่องง่ายดาย

นอกจากระบบ miracast แล้วทาง Epson ก็ยังมีแอพที่สามารถให้เราใช้ Smartphone ในการฉายภาพอีกด้วยดาวน์โหลดตัวแอพพลิเคชั่นของ Epson iprojection ได้ที่ลิงค์นี้เลยครับ https://www.epson.co.th/iprojection

ระบบแสดงภาพ 2 จอพร้อมกัน สามารถแสดงภาพที่ได้สัญญาณจาก 2 อุปกรณ์เพื่อแสดงบนจอภาพเดียวกัน ทำให้การประชุมประชุมทางไกลแบบ video conference มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถรับชมภาพวีดีโอจากปลายทางและแสดงไฟล์พรีเซ็นเทชันบนหน้าจอพร้อมกันได้

Len shift การฉายภาพแบบวางเฉียง เป็นการเบี่ยงเครื่องไปทางซ้ายหรือขวา เพื่อไม่ให้บังสำหรับห้องที่มีพื้นที่น้อยหรือจำกัดด้วยคนนั่ง ทำให้โปรเจคเตอร์ไม่บัง ปรับง่ายโดยการเลื่อนไสลด์ซ้ายขวาเพื่อเป็นการปรับภาพให้สมดุล

Quick Corner ฟังก์ชั่นง่ายๆที่มีประโยชน์มากสำหรับการฉายภาพ โดยการปรับมุมได้ทุกมุม เพื่อให้เข้ากับเฟรมหรือจอหรือแก้ไขบางมุมที่ไม่สมดุล และ H/V- Keystone สำหรับการปรับสัดส่วนภาพทางแนวนอนและแนวตั้งได้อย่างอิสระ ด้วยการกดปุ่มแค่ครั้งเดียว

Longer Lamp life ด้วยอายุการใช้งานยาวนานของหลอดฉายที่มากถึง 10,000 ชั่วโมงในโหมดประหยัดพลังงาน ทำให้ลดต้นทุนการเปลี่ยนหลอดฉายใหม่น้อยลง ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย

สรุป

โปรเจคเตอร์ Epson EB-X05 นั่นเป็นโปรเจคเตอร์ ที่มีค่าความละเอียดระดับ XGA (1024×768) มีค่าความสว่าง 3,600 Lumens และมีค่าความคมชัด(Contrast) 15,000:1 อัตราส่วนภาพ 4:3 สามารถใช้ในห้องประชุม สัมมนาหรือห้องนั่งเล่นที่มีขนาดกะทัดรัดได้ดี รองรับไฟล์เอกสารอย่าง PDF,Word,Excel,Power point มีพอร์ตการเชื่อมต่อมาให้เกือบครบทุกความต้องการ และการใช้อุปกรณ์เสริมอย่าง WIFI Dongle เพื่อใช้งานเปิดไฟล์คอนเทนต์ต่างๆผ่านทาง Wifi ได้สะดวกสบายๆ มากๆเลยครับ รองรับไฟล์เอกสารอย่าง PDF,Word,Excel,Power point

by TOFU

สนใจสั่งซื้อ EPSON Projector ได้ที่ https://projectorpro.in.th/projector/epson.html

Review Projector Epson EB-2247U

สวัสดีครับ กลับมาพบกับบทความรีวิวโปรเจคเตอร์กันทุกวันศุกร์ อีกเช่นเคยนะครับ วันนี้กระผมนาย Tofu ขอรับหน้าที่อาสาพาทุกท่านมารู้จักกับ EPSON PROJECTOR EB-2247U เป็น FULL HD Business Projector 3LCD Technology ที่เหมาะสำหรับนำไปใช้ทั้งในภาคธุรกิจและภาคการศึกษาอย่างมากครับ ซึ่ง Epson Eb-2247U รุ่นนี้นั้น จะมีความโดดเด่นที่ความละเอียดระดับ WUXGA (1920×1200) และค่าความสว่างที่มากถึง 4200 ANSI Lumens สู้แสงสว่างภายนอกได้สบายๆ ใช้งานได้อิสระ สามารถใช้ได้ทั้งในห้องเรียน,สำนักงาน หรือ พรีเซนเตชั่น ในห้องโรงแรมขนาดใหญ่ ที่มีสภาพแสงสว่างแบบปกติได้แบบสบายๆ รวมถึงการฉายภาพที่ใหญ่เบ้อเร่อได้ถึง 300” มีฟีเจอร์การใช้งานที่หลากหลาย ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชั่นการใช้ง่ายแบบไร้สาย Wifi ผ่านอุปกรณ์เสริมเชื่อมต่อผ่านช่อง USB หรืออายุการใช้งานของหลอดภาพที่มากถึง 12,000 ชั่วโมงในโหมดประหยัดพลังงานครับ

SPEC

Brightness (ANSI lumens) : 4200 ANSI Lumens
Contrast : 15000:1
Resolution : 1920 x 1200 (WUXGA)
Aspect Ratio : 16:10
Projector Technology : 3LCD
Colour Reproduction : upto 1.07 billion colours
Projection Ratio : 1.39 – 2.23:1
Keystone Correction : Auto vertical: ± 30 °, Manual horizontal ± 30 °
Zoom Ratio : Manual, Factor: 1 – 1.6
Image Size (Inch) : 30”- 300” inch
Projection Distance Wide : 1.5 m ( 45 inch screen) / Tele : 2.02 m ( 260 inch screen)
Lamp Life (STD/ECO) : 5500/12000 hours

ในส่วนของดีไซน์ EPSON EB-2247U จะมีตัวเครื่องเป็นสีขาวเรียบๆ ตามสไตล์ของ Epson ดูดีเหมาะสมกับการใช้งานทางการ และมีขนาด Dimention อยู่ที่ 282x309x90 mm มีน้ำหนักเพียง 3.0 kg สามารถเคลื่อนย้ายพกพาได้สะดวกใส่เป้สะพายหลังได้สบายๆ รวมถึงมีลำโพงขนาด 16 วัตต์ ในตัวที่ทำให้เราไม่ต้องหาเครื่องเสียงมาต่อให้วุ่นวายอีกด้วยครับ

สำหรับเลนส์ฉายภาพนั้นจะเป็นเลนส์ซูมแบบ เมนนวล (Manual) ที่สามารถปรับซูมขยายภาพได้ถึง 1.6 เท่า มีวงเหวนอยู่สองวงและปุ่ม Lenshift สไลด์ซ้ายขวา อยู่เหนือบริเวณเลนส์ฉายภาพ วงแหวนสองอันด้านบนมีหน้าที่ปรับโฟกัสภาพเพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดกับปรับซูมขยายภาพ ส่วนปุ่ม Len Shift สไลด์ซ้าย-ขวาที่ช่วยในเรื่องของการฉายภาพแบบวางเฉียงอีกทั้งด้านบนยังมีแผงควบคุมที่ใช้สำหรับ เปิด/ปิดเครื่อง,เพิ่ม/ลดเสียง,ปรับภาพ Keystone,ช่องเตือนระบบจอภาพและอุณหภูมิของเครื่อง

ในส่วนของบริเวณด้านหลังตัวเครื่องโปรเจคเตอร์ จะมีแผงการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ซึ่งรองรับการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ กะทิ(อาทิ) USB 2.0 Type-A, USB 2.0 Type-B, LAN, VGA In (2x), HDMI in (2x), Cpmposite in/AV, RS-232C, VGA Out, Stereo mini jack Audio out, Stereo mini Jack Audio IN (2x), Gigabit ethernet interface,Wired Network, composite in, Miracast

การเชื่อมต่อที่อิสระ ครบครัน นอกจากนี้ Epson EB-2247U ยังมี พอร์ตการเชื่อมต่อ HDMI ถึง 2 พอร์ต ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นพอร์ตแบบ MHL ที่ทำให้คุณสามารถที่จะชาร์ตอุปกรณ์ ในรระหว่างที่เราใช้งานได้ด้วย

รีโมทคอนโทรล สำหรับควบคุมการสั่งการจากระยะไกล มีสีเดียวกับตัวเครื่อง ขนาดพอเหมาะ จับได้พอดีมือ มีปุ่มฟังก์ชั่นลัดสำหรับเปลี่ยนโหมดการใช้งานต่างๆ และการตั้งค่าต่างๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว มีการแบ่งสีและไฮไลท์กลุ่มการใช้งานไว้ชัดเจน

Feature

หากเราพูดถึง Epson แน่นอนว่าต้องเป็นโปรเจคเตอร์ที่ใช้เทคโนโลยี 3LCD ซึ่งจะแยกแสงสีออกเป็น 3 สีได้แก่ สีแดง,เขียว,สีน้ำเงิน(RGB) ก่อนจะรวมกับมาที่เลนส์ฉาย จึงทำให้คุณมั่นใจได้เลยว่า Projector ตัวนี้สามารถฉายภาพที่ให้ช่วงสีได้กว้างกว่าถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับโปรเจคเตอร์แบบทั่วไป ที่เป็น 1-chip DLP รวมถึงให้ค่าความสว่างของแสงสีที่สมจริง ลื่นไหล คมชัดสวยงามมากกว่าแน่นอนครับและยังลดอาการ rainbow Effect ของจอภาพอีกด้วย หรือก็คือเห็นสีรุ้งบนภาพที่ฉายออกมานั่นเอง
**อ่านต่อเพิ่มเติมเรื่อง 3LCD ได้ที่นี่ https://projectorpro.in.th/article/article-lcd-projector.html

การเชื่อมต่อแบบไร้สาย ง่ายๆเพียงแค่มี อุปกรณ์เสริมอย่าง “ELPAP10” รองรับทั้ง ios และ Android (หาซื้อได้ไม่ยากร้าน Projectorpro มีขายนะจ๊ะ)

เอปสันโปรเจคเตอร์ EB-2247U รองรับเทคโนโลยี Miracast สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายจากอุปกรณ์สามาร์ทดีไวซ์และแล็ปทอปของคุณได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องติดตั้งซอฟท์แวร์เพิ่มเติม ช่วยให้คุณสามารถส่งภาพและเสียง ขึ้นแสดงที่จอภาพโดยไม่จำเป็นต้องมีการเชื่อมต่อสายให้ยุ่งยากและลดปัญหาเกี่ยวกับการติดตั้ง ด้วยระบบ Screen mirroring ทำให้การฉายภาพหรือวีดีโอจากหน้าจอแท็บเลทและแล็ปทอปขึ้นโปรเจ็คเตอร์เป็นเรื่องง่ายดาย

นอกจากระบบ miracast แล้วทาง Epson ก็ยังมีแอพที่สามารถให้เราใช้ Smartphone ในการฉายภาพอีกด้วยดาวน์โหลดตัวแอพพลิเคชั่นของ Epson iprojection ได้ที่ลิงค์นี้เลยครับ https://www.epson.co.th/iprojection

ระบบแสดงภาพ 2 จอพร้อมกัน สามารถแสดงภาพที่ได้สัญญาณจาก 2 อุปกรณ์เพื่อแสดงบนจอภาพเดียวกัน ทำให้การประชุมประชุมทางไกลแบบ video conference มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถรับชมภาพวีดีโอจากปลายทางและแสดงไฟล์พรีเซ็นเทชันบนหน้าจอพร้อมกันได้

Len shift การฉายภาพแบบวางเฉียง เป็นการเบี่ยงเครื่องไปทางซ้ายหรือขวา เพื่อไม่ให้บังสำหรับห้องที่มีพื้นที่น้อยหรือจำกัดด้วยคนนั่ง ทำให้โปรเจคเตอร์ไม่บัง ปรับง่ายโดยการเลื่อนไสลด์ซ้ายขวาเพื่อเป็นการปรับภาพให้สมดุล

Quick Corner ฟังก์ชั่นง่ายๆที่มีประโยชน์มากสำหรับการฉายภาพ โดยการปรับมุมได้ทุกมุม เพื่อให้เข้ากับเฟรมหรือจอหรือแก้ไขบางมุมที่ไม่สมดุล และ H/V- Keystone สำหรับการปรับสัดส่วนภาพทางแนวนอนและแนวตั้งได้อย่างอิสระ ด้วยการกดปุ่มแค่ครั้งเดียว

สรุป

โปรเจคเตอร์ Epson EB-2247U นั่นถือว่าเป็นโปรเจคเตอร์ ที่มีค่าความสว่างที่สูง ความละเอียดของภาพระดับ WUXGA(1920×1200) ค่าความคมชัด(Contrast) 15,000:1 อัตราส่วนภาพ 16:10 ใช้งานในโรงแรม หรือห้องเรียนได้สบายๆ อีกทั้งยังรองรับการใช้งานที่ครบครัน ทุกการใช้งาน ตอบโจทย์ทางด้านพรีเซนเตชั่นได้ครบทุกรูปแบบ ทั้งการเปิดไฟล์เอกสารอย่าง PDF,Word,Excel,Power point ก็สามารถทำได้ดีและสะดวกทีเดียว รวมไปถึงการเชื่อมต่อที่หลากหลาย ทั้งพอร์ตการเชื่อมต่อ HDMI ที่มีมาให้ถึง 2 พอร์ต และการใช้อุปกรณ์เสริมอย่าง WIFI Dongle เพื่อใช้งานเปิดไฟล์คอนเทนต์ต่างๆผ่านทาง Wifi ได้สะดวกสบายๆ มากๆเลยครับ

by TOFU

สนใจสั่งซื้อ Epson Projector ได้ที่ https://projectorpro.in.th/projector/epson.html

Review Projector Epson EV-100 Spotlight Design

Projector Epson EV-100 พลิกโฉมเลเซอร์โปรเจคเตอร์สู่รูปแบบ Spotlight Design เพื่อการใช้งานอย่างไรขีดจำกัด

ครั้งแรกของ “เอปสัน โปรเจคเตอร์” เพื่อใช้งานจัดแสดงกับการออกแบบรูปทรง Spotlight ของ Epson ซึ่งข้อดีที่ดูเหมือนสปอตไลท์จริงๆ นี้ ให้ความยืดหยุ่นในการติดตั้งได้มากกว่าที่คิด เมื่อผสานรวมกับฟีเจอร์อันโดดเด่นด้านการฉายภาพที่เป็นทั้งโปรเจคเตอร์และสปอตไลท์ในคราวเดียวกัน ย่อมจะช่วยให้การสร้างสรรค์งานเป็นไปอย่างไร้ขีดจำกัด

 

Spotlight Design: Flexible Positioning

จุดเด่นที่เห็นได้ชัดจากรูปทรงสปอตไลท์ของ Projector Epson EV-100 คือ การผสานรวมเข้ากับการตกแต่งตามสถานที่ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น พื้นที่จัดแสดงสินค้า ร้านค้า พิพิธภัณฑ์ โรงแรม ร้านอาหาร ฯลฯ ได้อย่างกลมกลืนมากกว่ารูปทรงโปรเจคเตอร์ปกติ นอกจากนี้ EV-100 ยังออกแบบโครงสร้างให้เอื้อกับการติดตั้งทั้งบนเพดาน บนพื้น หรือยึดผนัง จะติดตั้งฉายแนวตั้งหรือแนวนอนก็ทำได้ พร้อมรองรับการปรับมุมฉายรอบทิศทางได้ทันที ไม่ต้องถอดเปลี่ยนการยึดแขวนเพื่อปรับตำแหน่งยุ่งยากแบบโปรเจคเตอร์ทั่วไป

Superior Image Quality

คุณสมบัติของโปรเจคเตอร์ที่สำคัญ คือ “คุณภาพของภาพ” และพื้นฐานของ EV-100 คือ 3LCD Technology ที่ Epson ยึดมั่นออกแบบพัฒนาเพื่อใช้งานกับโปรเจคเตอร์เสมอมานี้ ให้ผลลัพธ์ด้านภาพได้อย่างโดดเด่น ซึ่งจุดเด่นที่ 3LCD ทำได้เหนือกว่าเทคโนโลยีโปรเจคเตอร์ลักษณะอื่น แบ่งออกได้ 3 ข้อหลักๆ คือ

1. 3LCD ให้ระดับความสว่างของแสงสีเจิดจ้าเท่าเทียมแสงขาว เนื่องจากเทคโนโลยี 3LCD จะนำแสงจากแหล่งกำเนิดแสงผ่านเข้าสู่ LCD Panel 3 ชุด แยกเป็นแดง เขียว และน้ำเงินโดยอิสระ ก่อนจะรวมแสงผ่านออกสู่หน้าเลนส์ฉายเพื่อแสดงเป็นภาพ สีสันจาก 3LCD Projector จึงสดใสดูมีชีวิตชีวา ไม่มืดทึมเมื่อเทียบกับแสงขาว

2. 3LCD ให้ขอบเขตสีกว้าง (Wide Color Gamut) การถ่ายทอดเฉดสีจึงมีความเที่ยงตรงสมจริง ใกล้เคียงดังตาเห็น

3. 3LCD ปราศจากอาการแสงรุ้งรบกวน (Rainbow Effect) จึงรับชมได้อย่างสบายตา ดูได้นานสายตาไม่ล้า

Laser Light Source: 2,000lm Brightness / 20,000hrs Maintenance Free

อีกหนึ่งพื้นฐานสำคัญของโปรเจคเตอร์ที่มีความสำคัญมาก คือ แหล่งกำเนิดแสง (Light Source) ปัจจุบันแหล่งกำเนิดแสงแบบเลเซอร์ (Laser Diode) เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมในโปรเจคเตอร์ระดับสูง จากประสิทธิภาพการถ่ายทอดคุณภาพแสง ที่ให้ทั้งความสว่างและเสถียรภาพที่เหนือกว่า

Projector Epson EV-100 ถือเป็นโปรเจคเตอร์ที่เน้นให้มีรูปทรงกะทัดรัด ดูไม่ใหญ่เทอะทะ หากเป็นเมื่อก่อนคงไม่สามารถติดตั้งแหล่งกำเนิดแสงพร้อมชุดระบายความร้อนที่ให้ระดับความสว่างสูงถึง 2,000 lumen ได้ แต่ด้วยเทคโนโลยีแหล่งกำเนิดแสงแบบเลเซอร์นี่เอง เรื่องที่ดูเหลือเชื่อในอดีตก็เป็นจริงได้

มิใช่แค่เรื่องความสว่างเพียงเท่านั้น อายุการใช้งาน นับเป็นจุดเด่นของแหล่งกำเนิดแสงแบบเลเซอร์เช่นเดียวกัน ซึ่งแหล่งกำเนิดแสงของ EV-100 มีอายุการใช้งานยาวนานถึง 20,000 ชม. เทียบกับหลอดไฟโปรเจคเตอร์แบบเก่า อายุการใช้งานจะอยู่ที่หลักพันชั่วโมงเท่านั้น จึงช่วยให้หมดกังวลเรื่องของการบำรุงรักษาในระยะยาวไปได้หลายปี

นอกจากนี้ประสิทธิภาพประหยัดพลังงานไฟฟ้าแหล่งกำเนิดแสงแบบเลเซอร์ก็ทำได้ดีกว่าด้วย

Project on to any surface, any items

นอกเหนือจากรูปทรง Spotlight ที่เอื้อต่อการติดตั้งแล้ว ศักยภาพของ EV-100 ยังเอื้อต่อการสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างไร้ขีดจำกัด อาทิ ความสามารถฉายได้กับทุกพื้นผิว ไม่เว้นแม้แต่ “กระจก” (โดยการฉายผ่าน Projection Film) และไม่เพียงการฉายภาพลงบนพื้นผิวเรียบแบนเท่านั้น รูปทรงสามมิติ ก็สามารถทำได้ตามแต่จินตนาการ

Various Input Sources

EV-100 รองรับสัญญาณภาพทาง HDMI Input อีกทั้งยังมี LAN (RJ45) และ Wi-Fi (2.4GHz) รองรับความสามารถด้านเน็ตเวิร์ก สามารถควบคุมสั่งการจากระยะไกลผ่าน Web Browser หรือ iProjection app (ร่วมกับ Smartphone) แต่เหนืออื่นใด EV-100 มี SD Card Slot สามารถเปิดเล่นคอนเทนต์ได้ด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องพึ่งคอมพิวเตอร์ หรือเครื่องเล่นภายนอก

Multi Monitoring and Control Software

ด้วย Epson Projector Management ซอฟต์แวร์จัดการและควบคุมโปรเจคเตอร์ศักยภาพสูง แม้ติดตั้งใช้งานโปรเจคเตอร์จำนวนหลายเครื่องพร้อมกัน (สูงสุด 2,000 เครื่อง) และไม่ว่าผู้ดูแลระบบจะอยู่ที่ใด หากสามารถเชื่อมต่อกับเครื่อข่ายได้ก็ยังสามารถตรวจสอบสถานะและควบคุมการใช้งานโปรเจคเตอร์ได้อย่างสะดวกและง่ายดาย นอกจากนี้ซอฟต์แวร์ Epson Content Manager ยังช่วยจัดการคอนเทนต์สำหรับโปรเจคเตอร์แต่ละเครื่องได้อย่างอิสระ

สนใจสั่งซื้อ EPSON Projector ได้ที่ https://projectorpro.in.th/projector/epson.html