คลังเก็บรายเดือน: กุมภาพันธ์ 2017

Review Projector ACER A1500

Review Projector ACER A1500 DLP Projector ดูหนังเยี่ยม พรีเซนต์เทชั่นยอด เครื่องเดียวก็เอาอยู่!!

acer-a1500-400

Quick Overview

– ความสว่าง 3100 ANSI Lumens
– ความละเอียด 1920×1080(Full HD)
– Contrast 20,000:1
– น้ำหนัก 2.7kg
– การรับประกัน ตัวเครื่อง 2 ปี หลอดภาพ 1 ปี หรือ 1,000ชม.

ผมได้รีวิว Acer Projector รุ่นความละเอียด HD รุ่นนี้ ก็รู้สึกประทับใจในเรื่อง “ความคุ้มค่า” ของมันเป็นอย่างมาก กับการที่เราได้เครื่องฉายคุณภาพดีเยี่ยมในระดับราคาไม่สูงนัก ทำให้เราสามารถดูหนังจอใหญ่ๆเทียบเคียงโรง ภาพยนตร์ได้ในราคาย่อมเยาว์  วันนี้ Acer ส่ง DLP Projector ตัวใหม่รุ่น A1500 ขนาดกระทัดรัด มาพร้อมความละเอียด Full HD เทคโนโลยี 3 มิติแบบ Active กับราคาที่คุ้มค่า จึงไม่รอช้าขอแกะกล่องทดสอบคุณภาพกัน

Design – การออกแบบ

acer-a1500-01

Acer A1500 เป็น DLP prodjector ขนาดกระทัดรัด น้ำหนักประมาณ 4.85 ปอนด์ ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไปนัก พกพาใส่ประเป๋าที่แถมมาสะดวกหากจำเป็นต้องเอาไปพรีเซนต์งานข้างนอก ตัวเครื่องมาพร้อมบอดี้สีขาวดูทันสมัย มีสกรีนโลโก้ Acer และไอคอนจุดขายต่างๆบริเวณด้านบนของตัวเครื่อง สำหรับตัวเลนส์มีก้านปรับเลนส์สำหรับซูมเข้าและออก และรวมถึงตัวปรับโฟกัส  มีปุ่มสำหรับปรับเมนูต่างด้านหน้ามีช่องสำหรับพัดลมระบายความร้อน ส่วนด้านหลังเป็นแหล่งรวมช่องต่อต่างๆไว้

Connectivity – ช่องต่อสัญญาณ

acer-a1500-02

ช่องต่อ พอร์ต HDMI ข้างในที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเครื่องเอาไว้ใช้เชื่อมต่อกับ Wireless Adapter พอร์ตด้านนอกก็สามารถเชื่อมต่อได้เหมือนกัน แต่ควรใช้ต่อกับอุปกรณ์อื่นๆดีกว่า

1. Analog RGB/Component Video (D-sub) x 2
2. Composite Video (RCA)
3. S-Video (Mini DIN)
4. HDMI (Video, Audio, HDCP)
5. HDMI/MHL (Video, Audio, HDCP, Internal)
6. PC Audio (Stereo mini jack) x 2
7. Analog RGB (D-sub)
8. PC Audio (Stereo mini jack)
9. DC Out (5V/2A, USB Type A)
10. DC Out (5V/1A, USB Mini-B, Internal Port)
11. USB (Type A), share onput port
12. RS232 (D-sub)

Extra – เพิ่มเติม

จุดเด่นของ Projector Acer A1500 รุ่นนี้ยังไม่หมด ตัวเครื่องสามารถใช้งานไร้สายได้อีกด้วย สามารถ แชร์กันได้ตั้ง 4 เครื่อง พร้อมๆกัน สะดวกสบาย ไม่ต้องต่อสายให้ยุ่งยาก

acer-a1500-03

อุปกรณ์ที่มากับตัวสินค้า

– กระเป๋าโปรเจคเตอร์
– คู่มือการใช้งาน
– สายไฟ AC Power
– สาย VGA

สั่งซื้อเอเซอร์โปรเจคเตอร์ได้ที่ https://projectorpro.in.th

Review Projector Viewsonic PRO7827HD

Review Projector Viewsonic PRO7827HD DLP Home Projector คุณภาพเตะตา ราคาถูกใจ !!

viewsonic-pro7827hd-400

พูดชื่อ ViewSonic หลายท่านคงคุ้นเคยกับ “จอมอนิเตอร์” ดีไซน์ทันสมัย พร้อมสเป็กที่คุ้มราคา ซึ่งด้วยชื่อชั้นในวงการจอภาพและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องจากประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนานเกือบ 30 ปี ย่อมส่งผลดีกับสินค้าในหมวด “โปรเจคเตอร์” ด้วยเช่นเดียวกัน…

หลายท่านอาจไม่ทราบว่า ViewSonic มีโปรเจคเตอร์จำหน่ายด้วย ผมเองก็ยอมรับว่าเป็นหนึ่งในนั้น โดยเมื่อเข้าไปค้นข้อมูลครั้งแรกก็ต้องตกใจ! เพราะพบว่าแบรนด์นี้มีสินค้าหมวดโปรเจคเตอร์เยอะมากๆ หากว่ากันที่จำนวนมีมากกว่า 50 รุ่น (ใกล้เคียงกับหมวดจอมอนิเตอร์เลยทีเดียว)

ซึ่งจำนวนเหล่านี้รองรับการใช้งานหลากหลายเหมาะกับความบันเทิงทั้งภายในบ้าน ออฟฟิศ หรืองานโปรเฟสชันนัล แต่ที่ดึงดูดความสนใจมากเป็นพิเศษ เห็นจะเป็นรุ่นที่ใช้แหล่งกำเนิดแสงแบบ “Laser Phosphor” อายุการใช้งานกว่า 20,000 ชม. อย่าง LS810 (HD Ready – 5200lm), LS820 (FHD – 3500lm) และ LS830 (FHD – 4500lm)…

แต่สำหรับวันนี้จะมาแนะนำ DLP Home Theater Projector ความละเอียด Full HD จาก ViewSonic ที่มีระดับราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์กันก่อน คือ Pro7827HD

pro7827hd-01

แพ็คเกจของ Pro7827HD ยังคงเอกลักษณ์ของ ViewSonic ไว้ครบถ้วน ทั้งการใช้สีแดงและโลโก้รูปนกอันคุ้นเคย แต่ที่ดูแหวกแนวจากแพ็คเกจโปรเจ็คเตอร์ทั่วๆ ไป นอกเหนือจากสกรีนสีสดใส คือ ลักษณะกล่องแนวตั้งทรงสูง เมื่อบวกกับชื่อรุ่นที่มีคำว่า “Pro” พ่วงอยู่ด้วย จึงดูดึงดูดให้น่าค้นหาขึ้นไปอีก

Design – การออกแบบ

pro7827hd-02

ViewSonic Pro7827HD มาในลักษณะตัวเครื่องสีดำ ผิววัสดุสังเคราะห์มีเท็กเจอร์ Hair-line กึ่งเงากึ่งด้าน รูปทรงลบเหลี่ยมมุมให้โค้งมน สะดุดตา ขนาดโดยรวมพอๆ กับกระดาษ A4 น้ำหนักราว 2.6 กก. สามารถยกเคลื่อนย้ายได้ไม่ลำบาก

การจัดวางตำแหน่งเลนส์อยู่เยื้องไปทางฝั่งขวา (เมื่อมองจากด้านหน้า) การปรับโฟกัสและซูม ดำเนินการปรับด้วยมือผ่านวงแหวนที่กระบอกเลนส์เหมือนเช่นโปรเจ็คเตอร์ระดับเดียวกันทั่วไป

pro7827hd-03

แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามา คือ ปุ่มกลมๆ ที่อยู่ถัดมาทางด้านหลัง ซึ่งก็คือปุ่มปรับ Vertical Lens Shift นั่นเอง ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การปรับตั้งตำแหน่งของเครื่องโปรเจ็คเตอร์เข้ากับตำแหน่งของจอรับภาพมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น

pro7827hd-04

ปุ่มควบคุมสั่งการโปรเจ็คเตอร์ จัดวางรวมกลุ่มเยื้องไปทางด้านหลัง จากรูปจะเห็นไฟสถานะ 3 ดวง เรียงกันอยู่ฝั่งขวา สำหรับแจ้งบอกสถานะการทำงาน รวมถึงแจ้งปัญหา

pro7827hd-05

ด้านล่างมีขารองรับทั้งหมด 3 จุด ขาด้านหน้าเป็นเพียงจุดเดียวที่สามารถหมุนปรับระดับ เผื่อกรณีที่ต้องการแหงนหน้าโปรเจ็คเตอร์ขึ้น

ส่วนขาหลังทั้ง 2 ข้าง ไม่สามารถปรับระดับได้จึงทำให้ค่อนข้างลำบากเวลาจะแก้ไขเมื่อวางบนพื้นระนาบที่เอียง หรือเวลาต้องการปรับเพื่อคว่ำหน้าโปรเจ็คเตอร์ลง จุดนี้จำเป็นต้องอาศัยวิธีหาสิ่งของรอบตัวมาหนุนแทน เช่น นำเหรียญบาทไปรองที่ขาด้านหลัง เป็นต้น

pro7827hd-06

ภายในกล่อง Pro7827HD จะมีอุปกรณ์ที่เรียกว่า Cable Management Cover หรือฝาครอบสำหรับประกอบเข้าที่ด้านหลังของโปรเจ็คเตอร์เพื่อใช้จัดระเบียบสายให้ดูเรียบร้อยขึ้น ซึ่งสามารถเลือกติดตั้งหรือไม่ก็ได้

pro7827hd-07

รีโมตคอนโทรลมีขนาดเล็กกะทัดรัด สามารถใช้งานเป็น Laser pointer ได้ และที่พิเศษ คือ ทำหน้าที่เป็น Wireless Mouse ได้ด้วย โดยการเชื่อมต่อสาย USB จากโปรเจ็คเตอร์เข้ากับคอมพิวเตอร์

อย่างไรก็ดีปุ่มบนรีโมตจะไม่มี Back-lit การใช้งานในห้องมืดจะมองไม่เห็น จึงต้องอาศัยความคุ้นเคยในการคลำหาปุ่มที่ต้องการใช้งาน

Connectivity – ช่องต่อสัญญาณ

pro7827hd-08

ช่องต่อรับสัญญาณของ Pro7827HD ติดตั้งอยู่ด้านหลัง ความหลากหลายถือว่าครบครันพอตัว เพราะมีทั้งช่องต่อสำคัญอย่าง HDMI In 2 ช่อง (ในจำนวนนี้ 1 ช่อง รองรับ MHL) และช่องรับสัญญาณวิดีโอแบบอะนาล็อก ได้แก่ Composite และ S-video ที่ขาดไม่ได้ คือมี D-Sub (VGA) In 1 ช่อง สามารถรับสัญญาณได้ทั้ง PC (RGB) และ Component (YPbPr/YCbCr) และ D-Sub (VGA) Out อีก 1 ช่อง

pro7827hd-09

เนื่องจากภายใน Pro7827HD ติดตั้งลำโพงกำลังขับ 10 วัตต์ (Mono) มาด้วย จึงมีช่องต่อ Analog Audio In (3.5mm) ถึง 2 ชุด กรณีที่ต้องการใช้งานภาคขยายเสียง ซึ่งให้เสียงดังดีทีเดียว หรือถ้าต้องการเชื่อมต่อระบบเสียงภายนอกก็สามารถดำเนินการได้ผ่าน Analog Audio Out (3.5mm) จำนวน 1 ชุด

นอกจากนี้ยังมี USB Out (Type A) สามารถจ่ายกระแสได้สูงถึง 2A เอาไว้ชาร์จไฟให้กับ Smart Phone, Tablet หรืออุปกรณ์ USB อื่นๆ ได้ด้วยครับ

pro7827hd-10

ช่องรับสัญญาณวิดีโอแบบ HDMI/MHL ยังมีอีก 1 ช่อง ซ่อนอยู่ใต้ฝาครอบทางฝั่งขวาของตัวเครื่อง (เมื่อมองจากด้านหน้าเลนส์) ในจุดนี้ทาง ViewSonic เผื่อไว้ให้ใช้งานร่วมกับ Wireless HDMI Dongle ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริม สามารถหาซื้อได้ทั่วไปไม่จำกัดยี่ห้อ

Extra – เพิ่มเติม

Pro7827HD รวมถึงโปรเจ็คเตอร์หลายๆ รุ่นจาก ViewSonic นอกจากรองรับ Wireless HDMI Dongle ที่หาได้ตามท้องตลาดทั่วไปแล้ว (อาทิ Miracast, Chromecast, etc.) ทาง ViewSonic ยังมีอุปกรณ์เสริมลักษณะคล้ายๆ กัน ที่เรียกว่า “ViewStick” ซึ่งโดยคุณสมบัตินั้นเหนือกว่าอุปกรณ์ข้างต้นตรงที่สามารถใช้งานเป็นมีเดียเพลเยอร์ได้โดยตรง ไม่ต้องพึ่ง Smart Phone หรือ PC อีกทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ iDevices ผ่านเทคโนโลยี AirPlay และสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ควบคุมภายนอกอย่าง Mouse หรือ Touchscreen เพื่อใช้สั่งการ หรือนำมาประกอบการพรีเซ็นต์ เป็นต้น

pro7827hd-11

ถึงแม้จะเป็นโฮมฯ โปรเจ็คเตอร์ระดับ Full HD ราคาเบาๆ ทว่าพกความสามารถพิเศษอย่าง “Lens Shift” มาด้วย แต่แน่นอนว่ายังมีข้อจำกัดอยู่บ้างเมื่อเทียบกับรุ่นระดับสูง โดยการ shift จะทำได้เฉพาะแนวตั้ง (Vertical) และการชดเชยระยะจะค่อนข้างจำกัด บางสถานการณ์จึงยังมีความจำเป็นต้องหนุนฐานโปรเจ็คเตอร์ให้สูงขึ้น (กรณีวางบนโต๊ะ) หรือปรับขยับระยะความสูงของขาแขวน (กรณีแขวนเพดาน) เข้าช่วย แต่ก็ถือว่าเป็นคุณสมบัติสำคัญที่เอื้อต่อการติดตั้งโปรเจ็คเตอร์ได้ยืดหยุ่นไม่น้อย และสามารถใช้งานได้จริง

pro7827hd-12

ความยืดหยุ่นในการติดตั้ง นอกจากฟังก์ชั่น Lens Shift และ Digital Keystone แล้ว Pro7827HD ยังมี “Corner Adjust” กรณีที่ต้องฉายภาพขึ้นบนพื้นผิวหรือพื้นที่รับภาพที่มิได้มีรูปทรงเป็นระนาบสีเหลี่ยม เดิมทีคุณสมบัตินี้มีเฉพาะ Professional Projector สำหรับงานเฉพาะด้านเท่านั้น หาได้ยากสำหรับ Home Projector

pro7827hd-13

Pro7827HD มีตัวเลือก Test Pattern ไว้ให้อ้างอิงในการติดตั้ง โดยใช้ในการกำหนดตำแหน่งตั้งวางโปรเจ็คเตอร์ ปรับ Lens Shift และซูมขนาดภาพฉายให้พอดีกับขนาดของจอรับภาพ

Picture – ภาพ

pro7827hd-14

หมายเหตุ: กรณีที่ปลดล็อคในส่วนของ ISFccc จะมีโหมดภาพเพิ่มเติมเข้ามาอีก 2 โหมด ได้แก่ ISF Night และ ISF Day

pro7827hd-15

ผลลัพธ์จากโหมดภาพโรงงาน ViewMatch sRGB ให้ความผิดเพี้ยนต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับอีก 4 โหมดพื้นฐาน โดยรวมถือว่าใช้การได้ดี

Pro7827HD มีตัวเลือกโหมดภาพจากโรงงานทั้งสิ้น 5 โหมด ซึ่งตัวเลือกที่แนะนำ เนื่องจากให้ความเที่ยงตรงดีที่สุด คือ ViewMatch sRGB ถึงแม้สมดุลสีจะติดไปทางโทนอุ่นและอมเขียวนิดๆ แต่เป็นโหมดที่ให้ขอบเขตสี (Color Space) กว้างที่สุด คือ ครอบคลุมราว 93.1% ของมาตรฐาน sRGB/Rec.709

หมดภาพลำดับถัดมาที่แนะนำ คือ Dynamic ตัวเลือกนี้ให้ระดับความสว่างสูงกว่าโหมดอื่นๆ เกือบเท่าตัว (ไม่นับโหมด Brightest และอ้างอิงที่ Lamp Mode = Normal) จึงเป็นโหมดภาพที่ใช้งานในสภาพสู้แสงได้ดีที่สุด ส่วนสมดุลสีไม่ถึงกับเที่ยงตรงที่สุด แต่อยู่ในเกณฑ์ใช้การได้

กรณีที่ต้องการยืดอายุการใช้งานหลอดไฟ พร้อมๆ กับพัดลมระบายความร้อนมีระดับเสียงเงียบที่สุด และประหยัดพลังงาน การเปลี่ยนตัวเลือก Lamp Mode = Eco ร่วมกับโหมด Dynamic ยังให้ผลลัพธ์ที่ดี ระดับความสว่างยังคงจะแจ้ง ไม่ได้มืดทึมลงมากนัก

หมายเหตุ:
– ในสเป็กแจ้งอายุการใช้งานของหลอดไฟไว้ที่ 3,500 (Normal) – 6,500 (Eco) ชม. ใกล้เคียงกับโปรเจ็คเตอร์ระดับเดียวกันเครื่องอื่นๆ
– เมื่อเปลี่ยนตัวเลือก Lamp Mode ระดับการใช้พลังงานจะลดลงจาก 282W (Normal) เป็น 207W (Eco) คิดเป็น 26.5% ในขณะที่ระดับความสว่าง (Luminance) ลดลงราว 29%

Pro7827HD มาพร้อมการรับรอง ISFccc ยืนยันว่ามีคุณสมบัติรองรับการไฟน์จูนปรับภาพละเอียดตามมาตรฐานของสถาบัน ISF ซึ่งแน่นอนว่าหลังจากดำเนินการแล้วการถ่ายทอดภาพจะให้ความเที่ยงตรงเข้าใกล้มาตรฐานอ้างอิงมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี ในการไฟน์จูนปรับภาพโดยทั่วไปนั้น สำหรับโหมด ViewMatch sRGB จะฟิกซ์ค่าบางตัวเลือกไว้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นการปรับภาพเพิ่มเติมในโหมด Dynamic (หรือโหมดอื่นๆ) จึงให้ความยืดหยุ่นมากกว่า

เนื่องจากตัวเลือกปรับภาพพื้นฐานไม่มีตัวเลือกสำหรับไฟน์จูน White Balance การปรับเปลี่ยนแก้ไขอุณหภูมิสีจึงต้องดำเนินการจากตัวเลือก Color Temp ซึ่งค่าโรงงานจำกัดไว้ 4 โหมด (Cool, Normal, Neutral, Warm) แล้วทำการชดเชยเพิ่มเติมเอาจากตัวเลือก Brilliant Color (แบบคร่าวๆ) แทน…

ซึ่งกรณีของโหมด Dynamic นั้น การเปลี่ยนตัวเลือก Color Temp = Cool แล้วกำหนด Brilliant Color = 5 แม้ผลลัพธ์อุณหภูมิสีจะยังติดโทนเย็นอยู่บ้าง แต่จะให้สมดุลสีตลอดย่านดีที่สุด

จากนั้นทำการไฟน์จูนละเอียดในส่วนของ CMS (Color Management System) ก็จะให้ความลงตัวของสีสันเป็นที่น่าพอใจมาก

pro7827hd-16

โหมด Dynamic หลังปรับภาพแล้ว นอกจากสมดุลสีตลอดย่านดีขึ้น ความสามารถแสดงขอบเขตสี (Color Space) จะกว้างขึ้นด้วย (อันเป็นอานิสงส์จาก CMS) ผลลัพธ์อยู่ที่ราว 94.9% อิงมาตรฐาน sRGB/Rec.709

pro7827hd-17

ทดสอบภาพกับภาพยนตร์แอนิเมชั่น Mobile Suit Gundam – Thunderbolt ในรูปแบบ 4K/UHD HDR BD ร่วมกับ Samsung UBD-K8500 4K/UHD BD Player โดยทำการ down-scale ความละเอียดลงมาที่ 1080/24p พบว่า ViewSonic Pro7827HD สามารถแสดงดีเทลได้โดดเด่น เป็นการดึงศักยภาพของ 1-chip DMD ความละเอียด Full HD ออกมาได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ RGBRGB Color Wheel ยังให้ความต่อเนื่อง ผลกระทบด้าน Rainbow Effect ต่ำ

ถึงแม้จะยังไม่มีระบบแทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหว (Frame Interpolation) แต่ผลลัพธ์โดยรวมไม่รู้สึกว่ามีอาการสะดุดจนรับไม่ได้ ยังคงความเป็นธรรมชาติตามแบบฉบับของคอนเทนต์อัตราเฟรมเรตที่ 24 fps ได้ดี

pro7827hd-18

ด้วยแหล่งกำเนิดแสง 240 วัตต์ กำลังความสว่างตามสเป็กที่ 2200lm ให้ภาพที่จะแจ้ง ชัดเจน การใช้งาน Pro7827HD จึงครอบคลุมหลากหลายยิ่งขึ้น กล่าวคือสามารถใช้งานเป็น Presentation Projector ได้ด้วย และในสภาวะสู้แสงในห้องที่มีแสงรบกวนผลลัพธ์ก็ถือว่าทำได้อยู่ในเกณฑ์ดี (แนะนำโหมดภาพ Dynamic) อย่างไรก็ดีการจะได้ผลลัพธ์ด้านภาพจากโปรเจ็คเตอร์ที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องไหน ยี่ห้อใด แนะนำให้ทำการคุมแสงรบกวนให้เหลือน้อยที่สุดจะดีกว่า

Sound – เสียง

pro7827hd-19

ลำโพงพร้อมภาคขยายกำลังขับ 10 วัตต์ (Mono) ของ Pro7827HD ใช้การได้ดีทีเดียว ระดับเสียงดังเพียงพอกับการใช้งานแบบลำลอง การปรับระดับวอลลุ่มอาจซับซ้อนนิดหนึ่งเนื่องจากต้องกดปุ่มรูปลำโพงที่รีโมตก่อน แล้วจึงใช้ปุ่มลูกศรซ้าย-ขวาเพื่อปรับระดับเสียงอีกที โดยดูระดับจากหน้าเมนู

มีโหมดเสียงให้เลือก 3 โหมด แต่ Standard สมดุลเสียงดูจะลงตัวที่สุด นอกจากนี้ประโยชน์ของระบบเสียงในตัว Pro7827HD ยังใช้เป็นเครื่องขยายเสียงเมื่อเชื่อมต่อกับ “ไมโครโฟน” ได้ด้วยครับ (เชื่อมต่อที่ช่อง Audio In 2) ซึ่งน่าจะมีประโยชน์สำหรับงานพรีเซ็นเตชั่น สามารถปรับระดับเสียงของไมโครโฟนเพิ่มเติมได้ที่เมนูหัวข้อ Microphone Volume

Conclusion – สรุป

จุดเด่นของ ViewSonic Pro7827HD

– Full HD Home Projector ให้รายละเอียดภาพชัดเจน ระดับคอนทราสต์อยู่ในเกณฑ์ดี
– ตามสเป็กแจ้งว่ารองรับการแสดงผล 3D (ต้องซื้อแว่น 3D Active Glasses เพิ่ม)**
– จุดเชื่อมต่อสัญญาณด้านหลังค่อนข้างครบถ้วน ทั้ง Digital Video และ Analog Video และมี USB Out จ่ายกระแสได้สูงถึง 2A สำหรับชาร์จไฟให้กับอุปกรณ์ต่อพ่วงได้
– มี HDMI In 2 ช่อง บวกอีก 1 ช่อง ซ่อนอยู่ใต้ฝาครอบด้านข้าง สำหรับใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริม Wireless HDMI Dongle
– ได้รับการรับรอง ISFccc
– มีลำโพงติดตั้งในตัว ใช้การได้ดี ระดับเสียงดังเพียงพอสำหรับการใช้งานแบบลำลอง มี Audio In (3.5mm) 2 ชุด ต่อไมโครโฟนได้ และ Audio Out (3.5mm) 1 ชุด สามารถเชื่อมต่อลำโพงภายนอก
– ให้ระดับความสว่างสูงสุดตามสเป็กที่ 2200 ลูเมน ในห้องมืดจึงให้ภาพที่สว่างจะแจ้งดี ส่วนสภาพสู้แสงก็ถือว่าใช้การได้สำหรับห้องที่สามารถคุมแสงรบกวนระดับหนึ่ง

จุดด้อยของ ViewSonic Pro7827HD

– ยังจำเป็นต้องทำการชดเชยปรับภาพจากโหมดโรงงานเพิ่มเติม เพื่อความเที่ยงตรงของสีสัน
– Lens Shift ปรับระยะชดเชยได้ไม่มากนัก แม้มีประโยชน์แต่ในบางสถานการณ์ยังจำเป็นต้องหนุนตัวเครื่องโปรเจ็คเตอร์ให้สูงขึ้น (เมื่อวางบนโต๊ะ) หรือปรับระยะขาแขวน (เมื่อแขวนเพดาน) ควบคู่ไปด้วย
– ระดับเสียงพัดลมระบายความร้อนไม่ถึงกับเงียบแบบรุ่น Hi-End ราคาสูง แต่ก็ไม่ดังจนถึงขั้นน่ารำคาญ การปรับ Lamp Mode = Eco ช่วยลดระดับเสียงรบกวนลงได้เล็กน้อย
– ไม่มี Frame Interpolation แต่การรับชมภาพเคลื่อนไหวต่างๆ มิได้รู้สึกว่าสะดุด หรือขาดความต่อเนื่อง

สนใจสั่งซื้อ Viewsonic Projector ได้ที่ https://projectorpro.in.th

REVIEW Projector EPSON EB-X36

REVIEW Projector EPSON EB-X36 ครบเครื่องสำหรับใช้ในออฟฟิศ

ถ้าพูดถึงโปรเจคเตอร์สำหรับใช้งานในออฟฟิศ สำนักงาน หรือบริษัทต่างๆ หลายคนก็จะนึกถึง Epson ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยม และส่วนแบ่งการตลาดสูงที่สุดในไทยมาต่อเนื่องหลายปีแล้ว

 

ตอนนี้ Epson ได้เปิดตัวโปรเจคเตอร์รุ่นใหม่ EB-X36 ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถใช้กับทั้งพีซีและเครื่องMac รวมถึงยังรองรับการใช้งานกับอุปกรณ์อย่าง iPhone, iPad หรือแม้แต่ Apple TV ได้อีกด้วย

 

 

ดีไซน์และการออกแบบ

โปรเจคเตอร์ Epson EB-X36 ถือเป็นรุ่นท็อปในระดับใช้งานได้ครบทุกฟังก์ชัน แต่ขนาดของเครื่องไม่ได้ใหญ่ตามไปด้วย โดยมีความกว้างยาวอยู่ที่ 269 x 297 มิลลิเมตร และหนาเพียง 87 มิลลิเมตร ด้านหน้าของเครื่อง มีการออกแบบให้ช่องระบายความร้อนอยู่ด้านหน้าเครื่อง ทำให้เวลาใช้งานถ้าวางกลางโต๊ะ จะไม่ทำให้คนที่ทำงานด้านข้างรู้สึกร้อนไปด้วยแบบเครื่องยี่ห้ออื่น

 

 

ด้านบน เป็นแผงควบคุม มีปุ่มเปิดปิดเครื่อง, เพิ่มลดเสียง, เข้าเมนู, ปรับการใช้งานต่างๆ, ช่องเตือนระบบจอภาพและอุณหภูมิของเครื่องและรุ่นใหม่ที่ออกมายังมีปุ่ม HOME ที่สามารถควบคุมการทำงานต่างๆได้ง่ายยิ่งขึ้นครับ

 

 

ด้านล่าง พร้อมขาตั้งในตัวทั้งด้านหน้าและด้านหลังมุมซ้ายขวาสามารถปรับเอียงซ้ายขวาได้ตามใจท่านชอบเลยครับ

 

 

ด้านหลังเป็นแผงเชื่อมต่อซึ่งมีหลายช่องทางมากๆ

• HDMI 1 พอร์ต
• VGA 1 พอร์ต
• S-Video
• ช่องต่อแบบ AV 1 ชุด , พร้อม Audio ขาว-แดง
• ช่อง USB – B 1 พอร์ต
• รองรับ USB 1 พอร์ต
ส่วนกลมๆ ที่เห็นด้านขวาสุดจะเป็นเซ็นเซอร์ ตัวรับสัญญาณรีโมทครับ

 

USB Wireless LAN Adapter

รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Wifi ได้ โดยต้องใช้อุปกรณ์เสริมเชื่อมต่อผ่านช่อง USB Wireless LAN Adapter ELPAP10

 

เมื่อเปิดไฟล์นำเสนองานอย่าง Keynote ก็แสดงผลได้เป็นปกติ ตัวหนังสืออ่านได้คมชัด คืออัตราความคมชัด (Contrast Ratio) มากถึงระดับ 15,000 : 1 และให้แสงได้ในระดับ 3600 lumen คือปรับสว่างจนแสบตาได้เลย Colour Brightness หรือค่าความว่างของสีเป็นอีกฟีเจอร์หนึ่งที่เวลาซื้อโปรเจ็คเตอร์ควรต้องดู ค่าความสว่างจะมีหน่วยเป็น

 

“ลูเมนส์” (Lumens) ยิ่งมีค่ามากยิ่งทําให้ภาพที่ออกมามีความคมชัดมาก ซึ่งโปรเจคเตอร์ EPSON EB-X36 จะมีค่าความสว่างของสีมากถึง 3,600 ลูแมนส์ จะเห็นว่าภาพที่ออกมาบนจอ นอกจากแสงที่สว่างแล้วยังมีสีที่ทําให้ภาพออกมาชัดเจน ลองเปิดคลิปบน YouTube ก็ให้ภาพสีสันจัดจ้าน เห็นการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้นด้วย

 

 

ข้อดีอย่างหนึ่งคือมีการ Built-in ลำโพงมาให้ภายในเครื่องด้วย เราสามารถตั้งเปิดเสียงผ่านทางเครื่องโปรเจคเตอร์ได้เลย โดยไม่ต้องใช้ลำโพง ซึ่งมีประโยชน์มากเมื่อใช้ต่อกับอุปกรณ์ที่ไม่มีลำโพงอย่างเช่น Apple TV สามารถปรับระดับความดังของลำโพงได้ด้วย โดยลองปรับให้ดังระดับสูงสุดก็ได้เสียงที่ดังมากๆ ดังไปถึงห้องข้างๆ และเสียงก็ไม่แตก แต่ถ้าใช้งานทั่วไปแค่ระดับ 4-6 ก็พอแล้ว ทดลองใช้ต่อกับ Apple TV ซึ่งสามารถเชื่อมต่อได้ผ่านทาง HDMI ได้เลย นอกจากจะได้ภาพขึ้นจอแล้ว ยังได้เสียงออกมาทางลำโพงของเครื่องโปรเจคเตอร์อีกด้วย ทดลองใช้ดูคลิปกีฬาที่เคลื่อนไหวเร็วๆ ก็ไม่มีอาการกระตุกแต่อย่างใด ในคุณภาพไฟล์ระดับ 1080p แต่สีที่ได้ค่อนข้างสดไปหน่อย สามารถไปปรับได้ในค่าโหมดสีภาพ

 

ภาพตัวอักษรที่ได้บนจออ่านได้ง่ายดี อันนี้ต้องยอมรับว่าหลอดภาพให้ความคมชัดสูงมากจริงๆ การปรับภาพทำได้หลายโหมด รวมถึงปรับความสว่าง, ความคม, Contrast, ค่าสีและอีกหลายค่าการแสดงผล

 

รุ่น EB-X36 นี้มาพร้อมช่องเสียบ USB ทำให้เราสามารถเสียบ Thumbdrive หรือ External Harddisk มาที่เครื่องได้ เมื่อปรับไปโหมด USB จะแสดงรายชื่อไฟล์ต่างๆ ขึ้นมาบนจอ รองรับไฟล์ภาพ JPEG, BMP, PNG หรือ GIF สามารถเปิดเป็น Slideshow ทั้ง Folder เลยก็ได้

 

ถ้าเราฉายภาพบนจออยู่แล้วอยากหยุดแสดงภาพชั่วคราว ก็มีระบบ A / V Mute คือแค่กดปุ่มบนรีโมท หรือปิดตัวเลื่อนที่อยู่ตรงเครื่องเข้ามา เครื่องก็จะทำการพักหน้าจอและปิดเสียงโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเอากระดาษหรืออะไรมาบังแสงอีกต่อไป

 

วางเครื่องไว้ด้านข้าง ก็ยังปรับภาพแสดงผลได้ปกติ

ปัญหาของการใช้โปรเจคเตอร์ในออฟฟิศอย่างหนึ่ง คือบางครั้งเราจำเป็นต้องวางตัวเครื่องในมุมด้านข้างของจอ ซึ่งปกติแล้วก็จะได้ภาพที่เอียงและเบี้ยวเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู

 

โปรเจคเตอร์ EB-X36 นี้เครื่องจะปรับภาพสี่เหลี่ยมคางหมูโดยอัตโนมัติ เราไม่จำเป็นต้องปรับภาพเองด้วยมือให้ยุ่งยากเลยด้วย ทำให้ไม่เสียจังหวะในการนำเสนองาน หากต้องมีการเปลี่ยนมุมของเครื่อง

 

เชื่อมต่อผ่านระบบไร้สาย รองรับ iPhone, iPad และ Android

 

ความสามารถหนึ่งที่เป็นไฮไลท์ของรุ่น EB-X36 นี้คือการสามารถฉายภาพแบบไร้สายผ่านทาง Wifi ได้ โดยเราสามารถแชร์หน้าจอผ่านทางโปรแกรมที่ชื่อ EasyMP Network Projection ซึ่งมีทั้งเวอร์ชันบน Mac และ PC Windows (แถมมากับ CD ในเครื่อง หรือโหลดจากเว็บ Epson ได้)

 

การใช้งานเริ่มจากเสียบอุปกรณ์เสริม ตัวรับสัญญาณ Wifi เข้าทางช่อง USB จากนั้นเปิดโปรแกรม EasyMP Network Projection ขึ้นมา เครื่องก็จะมองหาโปรเจคเตอร์โดยอัตโนมัติ และเราสามารถแชร์ภาพขึ้นจอได้เลย โดยไม่ต้องเสียบสายแต่อย่างใด สะดวกมากๆ การแสดงผลผ่านทาง Wifi จะสามารถควบคุมผ่านแผง Control บนหน้าจอ เช่นหยุดพักภาพชั่วคราวได้ สามารถซ่อนแผงควบคุมนี้ได้เช่นกัน นอกจากแชร์หน้าจอผ่านทางคอมพิวเตอร์แล้ว ยังสามารถเชื่อมต่อจากอุปกรณ์ทั้ง iOS และ Android ขึ้นไปบนจอใหญ่ได้ด้วย โดยจะใช้งานผ่านแอพที่ชื่อ iProjection application ซึ่งสามารถโหลดได้ฟรีเลย

 

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

• หลอดภาพ มีอายุการใช้งานทนทาน โหมดปกติได้ 5,000 ชั่วโมง โหมดประหยัดได้นาน 10,000 ชั่วโมง
• หลอดภาพมีราคา 3,750 บาท ซึ่งก็ถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ และอายุการใช้งานก็นานกว่า
• มีระบบมัลติสกรีน (Multi Screen) สามารถแสดงภาพบนจอโปรเจคเตอร์ได้สูงถึง 2 หน้าจอ
• ใช้ระบบ A/V Mute Lens Shutter ช่วยประหยัดไฟได้ถึง 70%
• การเปลี่ยนหลอดฉายภาพ สามารถถอดเปลี่ยนได้เลยโดยไม่ต้องถอดตัวเครื่องออกจากที่ เช่นเมื่อแขวนบนเพดานเหมือนโปรเจคเตอร์ทั่วไป

สรุป

จากการทดลองใช้งานโปรเจคเตอร์ Epson รุ่น EB-X36 ถือว่าเป็นโปรเจคเตอร์ที่รองรับการใช้งานครบเครื่อง ทั้งการเชื่อมต่อจากคอมพิวเตอร์, อุปกรณ์อย่าง Apple TV หรือแม้แต่การแสดงผลผ่าน iPhone, iPad รวมถึงอุปกรณ์ Android

 

อย่างไรก็ดีการใช้งานยังมีข้อจำกัดบ้าง ในเรื่องของการแสดงผลจากสมาร์ทโฟน เนื่องจากแอพ iProjection ไม่รองรับการเปิดไฟล์วิดีโอได้ รวมถึงการติดตั้งก็ต้องใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อให้เครื่องเชื่อมต่อผ่าน Wifi ได้ อย่างไรก็ดีการเปิดไฟล์เอกสารอย่าง PDF, Word, Excel, Power Point หรือ iWork ก็ทำได้ดี และสะดวกทีเดียว

 

โดยสรุปแล้วโปรเจคเตอร์ Epson EB-X36 มีจุดเด่นที่ตัวเครื่องขนาดเล็ก มีความคมชัดที่สูงมาก นอกจากนั้นยังปรับภาพได้หลากหลาย ปรับภาพในมุมเอียงได้อัตโนมัติ รองรับการเชื่อมต่อจากหลายช่องทาง ถือว่าเป็นโปรเจคเตอร์สำหรับใช้งานในออฟฟิศที่ครบเครื่องทีเดียว
สนใจสั่งซื้อเอปสันโปรเจคเตอร์ได้ที่ https://projectorpro.in.th

Review PROJECTOR BENQ MX631ST

Review PROJECTOR BENQ MX631ST Short Throw Projector

ล่าสุดทาง BenQ Thailand ได้นำสินค้าสุดก้าวล้ำเทคโนโลยี เลนซ์ใหญ่ ฉายระยะใกล้ อย่างรุ่น MX631ST เข้ามาอีกแล้วครับท่าน พ่อ แม่ พี่ น้อง มาดูกันว่า รอบนี้จะมีอะไร พิเศษ น่าจับจองเป็นเจ้าของกันบ้างนะครับผม ตามมาเลยย…

ด้านหน้าเครื่อง และ Spec

 

รูปด้านหน้าของ BENQ PROJECTOR MX631ST

จากที่เห็นกันแล้วนะครับ รูปร่างหน้าตา สวยไม่แพ้รุ่นก่อนๆ เลยนะครับ แต่เดี๋ยวต้องรอชม สเปคและประสิทธิภาพของเจ้าตัวนี้กันต่อไปนะครับว่าจะมีอะไรซ่อนอยู่อีกหรือป่าวว..

เอาล่ะ มาเริ่มกันดีกว่าครับ จากที่ดูข้อมูลมาแล้ว ประสิทธิภาพของเจ้าเครื่องนี้ ต้องขอแอบบอกเลยว่า สุดยอดไม่แพ้รุ่นก่อนๆ ที่เคยมีมาเลยครับ มาด้วยรูปทรงเล็กกะทัดรัด เหมาะสำหรับพกพา ไม่ว่าจะไปประชุมเร่งด่วนที่ไหน ก็พกพาสะดวกสบาย มาพร้อมกับ ความสว่างที่ 3,200 Ansi Lumens ถือว่าสุดยอดใช่ไหมล่ะครับ ฉายใกล้ด้วย แถมความสว่างสูงอีก ค่าความละเอียด 1024×768 (XGA) ที่รองรับการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะงานนำเสนอ หรือ ใช้เพื่อความบันเทิง ตามมากันต่อที่ค่า คอนทราส 13,000 : 1 รับรองว่าคมชัดสะใจผู้ใช้งานแน่นอนครับ และที่ขาดไม่ได้คือ หลอดภาพครับ มาพร้อมกับระบบ SmartEco BenQ ที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานของหลอดภาพ และ ตัวเครื่องเลยครับ สามารถใช้งานได้ 4 Mode – Normal 4,500 / Economic 6,000 / Smart Eco 6,500 / Lamp Save สูงถึง 10,000 Hr. สเปคเบื้องต้นประมาณนี้นะครับ

ด้านหลังเครื่องและ Port

 

รูปด้านหลังของ BENQ PROJECTOR MX631ST

อย่างที่เห็นจากรูปนะครับ จะเป็นด้านหลังของตัวเครื่อง ซึ่งรุ่นนี้ทำออกมาได้ประทับใจ ผู้ใช้งานอย่างมากทีเดียวครับ เพราะว่ามีช่องเชื่อมต่อสัญญาณให้เลือกใช้ได้มากกว่า รุ่นอื่นๆ หรือ แบรนด์คู่แข่งอื่นๆ นั่นเองครับ มี HDMI ให้เลือกใช้มากถึง 2 Ports ช่องที่ 1 จะเป็น HDMI ปกติ ส่วนช่องที่ 2 จะเพิ่มเทคโนโลยี MHL เข้ามานั่นเองครับผม ซึ่งจะเอาไว้ใช้กับอุปกรณ์เสริมอย่างเช่น Video Streaming Dongle Qcast ที่สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ แบบไร้สายนั่นเองครับ มาต่อกันที่ Computer Port หรือ VGA มีให้ตามมาตรฐาน 1 ช่องสำหรับสัญญาณเข้า และ 1 ช่องสำหรับสัญญาณออก ต่อที่ S-Video ยังคงอนุรักษ์ไว้เช่นเดียวกับช่องที่รู้จักกันดีอย่าง เหลือง ขาว แดง ครับ

Short Throw Function

เอาหล่ะ จากที่ดูสเปคกันมาคร่าวๆ แล้ว ยังมีเทคโนโลยีอีกมากมายแฝงอยู่ข้างในนะครับ ขอยกตัวอย่าง ประสิทธิภาพของ Function Short Throw กันนะครับ ว่ามีข้อดีอย่างไรครับ

เหตุผล อันดับแรกๆ ที่เลือกใช้ โปรเจคเตอร์ฉายระยะใกล้เลยนะครับ คือ ประหยัดเนื้อที่ใช้สอย ยกตัวอย่างในห้องประชุม ที่ปกติก็เล็กอยู่แล้ว และยังใช้เครื่องระยะปกติ ทำให้ต้องตั้งเครื่องหางจากจอมากเลยทีเดียว แถมยังเดินไป เดินมา ทำให้การนำเสนองานของท่านทั้งหลายไม่เป็นที่พึงพอใจ

ไร้แสงรบกวนครับ ลองนึกภาพตามผมดูนะครับ ว่าเราตั้งเครื่องไว้หลังห้องนั่งเล่น เวลาจะลุกจะนั่ง ก็จะทำให้มีเงา แต่ถ้าย้ายมาตั้งตรงด้านหน้าห้อง ก็จะหมดปัญหา มีเงารบกวนการนำเสนอหรือการชมภาพยนตร์ของท่านเลยล่ะครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างล่ะครับกับเจ้า เครื่องฉาย BenQ MX631ST รุ่นนี้ครับผม โดยหากสนใจสั่งซื้อโปรเจคเตอร์รุ่นนี้ หรือโปรเจคเตอร์เบ็นคิวรุ่นใดก็ตาม สามารถสั่งซื้อได้ที่ https://projectorpro.in.th